ระบบฟิวดัล


Feudalism in Europe ประวัติศาสตร์สากลตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน presented by Kruyayah www. Hatyairat.ac.th


Feudalism in Europe ประวัติศาสตร์สากลตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน presented by Kruyayah www. Hatyairat.ac.th.

ยินดีต้อนรับเข้าสู้เว็บไซต์แห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน


buibui:

ปฎิวัติ การเรียนรู้ใหม่ อย่าใช้แต่เดิมๆ ทุกวันนี้เด็กไม่อยากฟังครูพูดมาก วัยรุ่นเค้าชอบอะไรที่มันทำให้เขารู้สึกว่าใช่ที่เขากำลังแสวงหา……และสิ่งที่เด็กชอบย่อมต้องมีความสนุกสนานรื่นเริงปนอยู่ด้วยกับการเรียนรู้……..นี่คือปรัชญาการสอนของครูญาญ่า ครูในยุคไซเบอร์

Originally posted on ครูญาญ่าโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์:

Welcome to WordPress.com! This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

Happy blogging

เรามาบันเทิงกันก่อนเรียน  ด้วยเพลง

View original

เพลงไพเราะ


เพลงดอกไม้ในใจเธอ ดิฉันขอให้กำลังใจนักเรียนที่กำลังเครียด และว้าวุ่น สับสน การศึกษาไทยยังไปไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะหลายสาเหตุ แต่ขอบอกว่า ครูและเด็กนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียน ม.6 ญ.ร.ส. ได้ทำดีที่สุดแล้ว และจะพัฒนาไปพร้อมกับอาเซียน

Feudalism in Europe ประวัติศาสตร์สากลตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน presented by Kruyayah www. Hatyairat.ac.th


.

ประวัติศาสตร์สากลตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน

ประกาศชั่วคราวที่ใช้ในการตรวจสอบชุดรูปแบบ (6decab8c-b9f5-40f0-b669-26750ba1321d – 3bfe001a-32de-4114-a6b4-4005b770f6d7)


ประกาศชั่วคราวที่ใช้ในการตรวจสอบชุดรูปแบบ (6decab8c-b9f5-40f0-b669-26750ba1321d – 3bfe001a-32de-4114-a6b4-4005b770f6d7).

ประกาศชั่วคราวที่ใช้ในการตรวจสอบชุดรูปแบบ (6decab8c-b9f5-40f0-b669-26750ba1321d – 3bfe001a-32de-4114-a6b4-4005b770f6d7)


ประกาศนี้เป็นประกาศชั่วคราวที่ไม่ถูกลบออก โปรดลบประกาศนี้ออกด้วยตนเอง (08f30d07-3599-4268-b0c0-b6f7c82639e7 – 3bfe001a-32de-4114-a6b4-4005b770f6d7)

ระบบฟิวดัล


Windows Live Blog
ระบบฟิวดัลFeudalism
ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ยุโรปได้เกิดระบบฟิวดัล (Feudalism) หรือระบบศักดินาสวามิภักดิ์ ซึ่งเป็นระบบที่ครอบคลุมทังทางด้านการเมื่องการปกครอง สังคม และ เศรษฐกิจของยุโรปยุคกลางในเวลาต่อมา คำว่าFeudalism มาจากคำว่า ฟีฟ (Fief) หมายถึง ที่ดินที่เป็นพันธสัญญาระหว่างเจ้านายที่เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งเจ้าของที่ดินจะเป็นพวกขุนนาง เรียกว่า ลอร์ด(Lord) กับผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน คือ ข้า หรือเรียกว่า วัสซัล(Vassal)ความสัมพันธ์ในระบบฟิวดัลคือความสัมพันธ์ระหว่างผู้อุปถัมภ์กับผู้ได้รับการอุปถัมภ์
การเกิดระบบฟิวดัลนั้น เริ่มจากกษัติรย์ที่เจ้านายชั้ันสูงของระบบและเป็นเจ้าของทีดินทั้งราชอาณาจักรจะพระราชทานที่ดินให้กับขุนนางระดับสูงในท้องถิ่นเพื่อให้ขุนนางระดับสูงจงรักภักดีและเป็นการตอบแทนความดีความชอบจากการทำสงคราม ทั้งกษัตริย์และขุนนางจะมีพันธะต่อกัน กล่าวคือขุนนางมีหน้าที่ส่งทหารมาช่วยเหลือเมื่อมีสงคราม ส่งภาษีตามเวลาที่กำหนด ส่วนกษัตริย์มีหน้าที่ให้ความคุ้มครองและความยุติธรรมแก่ขุนนาง ทั้งนี้ขุนนางระดับสูงก็จะนำที่ดินนั้นมาแบ่งให้กับขุนนาง ระดับรองลงไป ขุนนางระดับสูงจึงเป็นข้าหรือวัลซัลของกษัตริย์ แต่เป็นเจ้านายหรือลอร์ดของขุนนางระดับรองลงไปอีกเพื่อให้ขุนนางระดับรองภักดีและสนับสนุนด้านกำลัง ส่วนประชาชนที่เป็นข้าติดที่ดินจะได้รับการคุ้มครองจากขุนนางระดับสูง จากนั้นขุนนางจะนำที่ดินนั้นมาหาผลประโยชน์และปกครองดูแลผู้คนดูแลคนที่จะทำมาหากินบนที่ดินในเขตแมเนอร์(manor)ของตน ประชาชนที่อาศัยและทำงานในที่ดินนั้นเรียกว่า เซิร์ฟserf หรือข้าติดที่ดิน ดังนั้น ระบบนี้จึงเป็นการแบ่งที่ดินลงเป็นการแบ่งที่ดินลงเป็นทอด ขุนนางล่างสุดคืออัศวิน
ในแต่ละแมเนอร์จะมีศูนย์กลางของแมเนอร์คือปราสาท ซึ่งเป็นที่อยู่ของขุนนางและครอบครัว บริเวณที่ดินโดยรวมเป็นที่ทำกินของชาวนาและเชิร์ฟ ซึ่งรวมกันเป็นหมู่บ้าน มีทั้งโรงตีเหล็ก ช่างซ่อมแซมสิ่งของ มีโบสถ์สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา รอบๆ หมู่บ้านจะเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งชาวนาและเซิร์ฟจะต้องแบ่งผลผลิตให้เจ้าของที่ดินเป็นค่าตอบแทน ความสัมพันธ์หรือข้อตกลงของลอร์ดกับวัสซัลมีตามพิธีกรรมที่เรียกว่า “การแสดงความจงรักภักดี”(homage)หรือสวามิภักดิ์

การล่มสลายของระบบฟิวดัล
การที่ระบบฟิวดัลล่มสลายนั้นเป็นผลจากการขยายตัวทางการค้าและอุตสาหกรรม ในยุโรป โดยเฉพาะในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้เกิดชุมชนพาณิชย์อุตสาหกรรมขึ้น ส่งผลให้ชาวชนบท ละทิ้งที่นาเข้ามาประกอบอาชีพค้าขาย หรือประกอบการผลิตสินค้าหัตถกรรมในเขตเมืองทำให้สังคมมีการขยายตัว เกิดเป็นสังคมเมืองขึ้นมาใหม่ ซึงผู้คนที่มาอยู่ในเมืองไม่ได้อยู่ในระบบฟิวดัล แต่เป็นกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพทางการค้าและอุตสาหกรรม และเมื่อมีประชาชนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ชุมชนเมืองขยายตัวเพิ่มมากขึ้น มีเมืองใหม่ๆ เกิดขึ้นทั่วทั้งยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 11-12 หัวเมืองในอิตาลี เช่นเมืองเวนิส เมืองเจนัว เนเธอร์แลนเป็นเมืองสำคัญทางด้านการค้าและอุตสาหกรรม การค้าทางทะเลมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเขตทะเลเหนือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมืองที่เกิดขึ้นใหม่นี้มีการจัดการปกครองแบบเทศาภิบาล มีการเก็บภาษีท้องถิ่นเพื่อที่จะพัฒนาเมือง และมีระบบสร้างความปลอดภัย พวกพ่อค้าและพวกช่างมีความมั่งคั่งขึ้น ชนชั้นกลางเหล่านี้เมื่อมีอำนาจมากขึ้นจึงได้หันไปสนับสนุนกษัตริย์์ เพื่อให้คุ้มครองกิจการและผลประโยชน์ของตน การฟื้นฟูทางเศรษฐกิจมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมและระบอบการเมืองการปกครอง เพราะทำให้ระบอบการปกครองแบบฟิวดัลเริ่มเสื่อมอำนาจลง ขุนนางที่เคยเป็นใหญ่และมีอำนาจอิสระในการปกครองตามระบบแมเนอร์ต้องล่มสลาย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากขุนนางต้องออกไปทำสงครามและเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้พวกชนชั้นกลาง(Bourgeoie) ขึ้นมามีอำนาจแทนขุนนาง สังคมได้เปลี่ยนค่านิยมจากเรื่องชาติกำเนิดตามชนชั้นมาเป็น ฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคล พวกขุนนางต้องขายที่ดินใด้ชนชั้นกลาง ทำให้เกิดการพัฒนาที่ดินให้เป็นเกษตรกรรมเพื่อการค้า โดยเจ้าของที่ดินยกเลิกวิธีการดั้งเดิม มาให้ชาวนาเช่าที่ดินและจ่ายเงินให้กับเจ้าของแทน ทำให้พันธะตามระบอบฟิวดัลสิ้นสุดลง ระบอบกษัตริย์สามารถดึงอำนาจกลับคืนมาได้ และสถาปนาอำนาจการปกครองสูงสุดตามระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้การปกครองระบบฟิวดัลเสื่อมอำนาจและล่มสลายลงในคริสต์ศตวรรษที่ 16

นำเสนอโดยครูเกษมสุข อิราณี โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ วันที่ 3 กรกฎาคม 2555

อริยสัจธรรม พื้นฐานของพุทธศาสนา


     อริยสัจ ๔ ประการนี้ เป็นหลักคำสอนที่สำคัญของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงแสดงไว้อย่างชัดเจนในธรรมจักกัปปวัตนสูตรโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันนี้เรียกว่า “สารนาถ” ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ที่เราเรียกวันนี้ว่า “อาสาฬหบูชา”พระธรรมเทศนากัณฑ์นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปฐมเทศนา” คือ การเทศกัณฑ์แรกของพระพุทธเจ้าหลังจากตรัสรู้แล้ว ปฐมเทศนามีหลักฐานอยู่ในพระไตรปิฎกอย่างสมบูรณ์

คำว่า “สัจจะ” แปลว่า ความจริง มี ๔ ประการ คือ

๑. สมมุติสัจ ความจริงโดยการสมมุติ คือความจริงที่ไม่เป็นจริง เพียงแต่เราสมมุติขึ้นเท่านั้น

๒. สภาวสัจ ความจริงโดยสภาวะ คือความจริงที่เป็นจริง ซึ่งได้มาจากการค้นคว้าวิจัย ทดลองจนสามรถนำมาใช้ประโยชน์ได้ เป็นต้น

๓. อันติมสัจ ความจริงขั้นสุดท้าย หมายถึงความจริงที่ได้วิเคราะห์จนถึงที่สุดแล้วไม่มีอะไรจริงยิ่งไปกว่านั้น

๔. อริยสัจ ความจริงอันประเสริฐทำให้ผู้ปฏิบัติหลุดพ้นจากกองกิเลสทั้งหลายกลายเป็นหระอริยเจ้า

อริยสัจ มีความจริงอยู่ ๔ ประการ ได้แก่

๑. ทุกข์ การมีอยู่ของทุกข์ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ที่ชื่อว่าทุกข์เพราะทนได้ยาก

๒. สมุทัย เหตุเกิดทุกข์ ได้แก่ตัณหา คือความทะยานอยาก

๓. นิโรธ ความดับทุกข์ ได้แก่ดับตัณหาให้สิ้นเชิง

๔. มรรค ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ได้แก่อริยมรรค ๘ ประการ

 

written   by: Kasemsook   Iranee;  11    April    2012

[tweetmeme only_single=”false”]

คาลิล ยิบราน


 

“ฉันมีชีวิตอยู่ในความโชติช่วงแห่งความรัก

และในแสงเจิดจรัสของความงามอันเป็นสภาพสะท้อนของพระเจ้า

ฉันอยู่ที่นี่ มีชีวิตอยู่ และไม่อาจถูกเสือกไสไปจากอาณาจักรแห่งชีวิตนี้ได้ เพราะด้วยถ้อยคำที่มีชีวิตของฉัน ฉันจะมีชีวิตอยู่แม้ในความตาย “….

 

ผู้นำที่ดีคือคนรับใช้แห่งประชาชาติ

ความนอบน้อมถ่อมตนต่อผองชนทั้งหมู่มวลคืออำนาจที่แท้

หาใช่หยิ่งผยองอยู่เหนือหัวผู้คน ลำพองว่าตนเก่งกาจแต่ผู้เดียว

ผู้นำเช่นนั้นหูตาย่อมบอดใบ้ต่อสรรพสำเนียงใด

ไม่เห็นหยาดเหงือของคนทุกข์ ไม่สดับเสียงร่ำร้องของคนถูกข่มเหง

โลกอันน่าสพึงกลัวคือสิ่งใดโปรดบอกฉันเถิดปัญญาเอ๋ยว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร

มนุษย์เอย ควรหรือที่จะดูแลโลกนี้ด้วยสายตาของพระเจ้า และควรหรือที่จะจับความลับของโลกหน้า ด้วยความหมายของความคิดของมนุษย์ เพราะนั่นแหละคือผลแห่งความไม่รู้

ก้าวต่อไป สหายของฉัน เพราะการหยุดยั้งงคือความขี้ขลาด การหยุดยั้งอยู่เพื่อแลดูนครแห่งอดีตตลอดไปนั้นคือความโง่ จงจำไว้เถิดว่านครแห่งอนาคตกำลังกวักมือเรียกท่านอยู่

ที่รัก ไฟแห่งความรักได้ลงมาจากสวรรค์ในหลายรูปแบบ แต่รอยประทับของมันบนโลกนี้เป็นหนึ่งเดียว เปลวไฟเล็กๆ นั้น ที่จุดขึ้นในหัวใจของมนุษย์นั้นเพียงส่องสว่างวิถีทางของมวลมนุษย์

ท่านคือผู้เบิกทางของตัวท่านเอง และหอคอยที่ท่านสร้างขึ้น ก็คือรากฐานแห่งอัตตาอันยิ่งใหญ่ของท่านและอัตตานั้นก็จักกลายเป็นรากฐานเช่นเดียวกัน เราคือทุ่งนาและผู้ไถหว่าน เราคือผู้เก็บเกี่ยวและสิ่งที่ถูกเก็บเกี่ยว

และฉันคือผู้เบิกทางของฉันเองเช่นกัน ถึงแม้ว่าฉันจะนั่งอยู่ในเงาไม้ของฉันและดูคล้ายจะมิได้ไหวติง

Written  by:  kasemsook   Iranee; 11 April  2012

[tweetmeme only_single=”false”]

บารมี 30 ทัศ


   1.ทานะ ปาระมี สัมปันโน  ทานะอุปะปาระมี สัมปันโน   ทานะ  ปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  เมตตา ไมตรี กรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี  สัมปันโน  อิติปิ  โส ภะคะวา

   2.สีละปาระมี  สัมปันโน  สีละอุปะปาระมี สัมปันโน สีละปะระมัตถะปาระมี สัมปันโน เมตตา ไมตรี กะรุณา มุทิตา อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน  อิติโส  ภะคะวา

   3.เนกขัมมะปาระมี  สัมปันโน  เนกขัมมะอุปะปาระมี  สัมปันโน  เนกขัมมะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  เมตตา ไมตร  กะรุณา  มุทิตา  อุเบกขา ปาระมี สัมปันโน  อิติปิ โส ภะคะวา

   4.ปัญญาปาระมี  สัมปันโน  ปัญญาอุปะปาระมี  สัมปันโน  ปัญญาปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  เมตตา ไมตรี  กะรุณา มุทิตา  อุเบกขา  ปาระมี  สัมปันโน  อิติปิ  โส ภะคะวา

   5.วิริยะปาระมี  สัมปันโน  วิริยะอุปะปาระมี สัมปันโน  วิริยะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  เมตตา ไมตรี  กะรุณา มุทิตา อุเบกขา  ปาระมี  สัมปันโน  อิติปิ  โส ภะคะวา

   6.ขันติปาระมี  สัมปันโน  ขันติอุปะปาระมี สัมปันโน ขันติปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  เมตตา ไมตรี  กะรุณา  มุทิตา  อุเบกขา  ปาระมี  สัมปันโน   อิติโส  ภะคะวา

   7.สัจจะปาระมี  สัมปันโน  สัจจะอุปะปาระมี สัมปันโน  สัจจะปะระมัตถะปาระมี   สัมปันโน  เมตตา  ไมตรี  กะรุณา  มุทิตา  อุเบกขา  ปาระมี  สัมปันโน  อิติปิ  โส  ภะคะวา

   8.อะธิษฐานะปาระมี  สัมปันโน   อะธิฏฐานะอุปะปาระมีสีมปันโน  อธิฏฐานะปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน   เมตตา ไมตร่ กะรุณา  มุทิตา  อุเบกขา  ปาระมี  สัมปันโน  อิติปิ  โส  ภะคะวา

   9.เมตตาปาระมี  สัมปันโน  เมตตาอุปะปาระมีสัมปันโน  เมตตาปะระมัตถะปาระม  สัมปันโน  เมตตา  ไมตรี  กะรุณา มุทิตา  อุเบกขา  ปาระมีสัมปันโน  อิติปิโส  ภะคะวา

10.อุเปกขาปาระมี  สัมปันโน  อุเบกขาอุปะปาระมี  สัมปันโน  อุเบกขาปะระมัตถะปาระมี  สัมปันโน  เมตตา  ไมตรี  กะรุณา  มุทิตา  อุเบกขา ปาระมี  สัมปันโน  อิติปิ  โส  ภะคะวา

  11.ทะสะปาระมี  สัมปันโน   ทะสะอุปะปาระมี  สัมปันโน  ทะสะปะระมัตถะปาระมี   สัมปันโน  เมตตา  ไมตรี  กะรุณา  มุทิตา  อุเบกขาปาระมี  สัมปันโน   อิติปิ  โส  ภะคะวาฯ

                          พุทธัง   สะระณัง  คัจฉามิ   นะมามิหังฯรูปภาพ

North America


presented by: kasemsook Iranee:24 March 2012

                                                  1    -6     -15-13images3

ที่ตั้ง ขนาด และอาณาเขต

1.ที่ตั้ง 

ทวีป อเมริกาเหนืออยู่ระหว่างทวีปยุโรป

กับทวีปเอเชีย  โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติกกั้นระหว่างทวีปทั้งสาม  ดินแดนทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนืออยู่ในซีกโลกเหนือ ทั้งหมด ระหว่างละติจูด 7 องศาเหนือถึง 84 องศาเหนือ และลองจิจูด 53 องศาตะวันตกถึง 167 องศาตะวันตก  เป็นทวีปใหญ่อันดับ 3 ของโลก  ประกอบด้วยประเทศแคนาดา  สหรัฐอเมริกา  เม็กซิโก ประเทศในอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดิสตะวันตก

images-4อเมริกาเหนือ

ที่ตั้ง ขนาด และอาณาเขต

1.ที่ตั้ง 

ทวีป อเมริกาเหนืออยู่ระหว่างทวีปยุโรป

กับทวีปเอเชีย  โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติกกั้นระหว่างทวีปทั้งสาม  ดินแดนทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนืออยู่ในซีกโลกเหนือ ทั้งหมด ระหว่างละติจูด 7 องศาเหนือถึง 84 องศาเหนือ และลองจิจูด 53 องศาตะวันตกถึง 167 องศาตะวันตก  เป็นทวีปใหญ่อันดับ 3 ของโลก  ประกอบด้วยประเทศแคนาดา  สหรัฐอเมริกา  เม็กซิโก ประเทศในอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดิสตะวันตก

images-27              image         image

2. อาณาเขตของทวีปอเมริกาเหนือ

        – ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก

        – ทิศใต้  ติดกับทวีปอเมริกาใต้  บริเวณคอคอดปานามา

        – ทิศตะวันออก  ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลแคริบเบียน

        – ทิศตะวันตก  ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก

3.ลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาเหนือ -31-10

 

    3.1 รูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม

        กว้างสุด  -ช่องแคบแบริ่ง ถึง เกาะนิวฟันแลนด์

        แคบสุด   -คอคอดปานามาคลองปาานามา

        ยาวสุด    -คาบสมุทรบูเธีย ถึงคอคอดปานามา

    3.2  ดินแดนของของสหรัฐอเมริกาที่ไม่เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินใหญ่ คือ อลาสกา และฮาวาย

    3.3  หมู่เกาะอินดิสตะวันตกในทะเลแคริบเบียน  ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

           1. หมู่เกาะบาฮามาร์  เกิดจากแนวปะการัง  อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา-10                        -49                       -6

           2. หมู่เกาะแอนติลลิสใหญ่ มี 4 เกาะ คือ คิวบา  ฮิสแปนิโอล่า  จาไมก้า และเปอร์โตริโก

           3. หมู่เกาะแอนติลลิสใหญ่  มีหมู่เกาะเวอร์จิน  หมู่เกาะบาร์เบโดส เกาะตรินิแดด เกาะโตเบโก

4.  ลักษณะภูมิประเทศของทวีปอเมริกาเหนือ  แบ่งได้ดังนี้

           4.1 เขตเทือกเขาสูงทางภาคตะวันตก  ประกอบด้วย เทือกเขาสูงและที่ราบสูง เช่น บริติชโคลัมเบีย  โคโราโด  เกรตเบซิน

                                                                                                                                                        -7                                                               -21

                 – เทือกเขาอลาสกา มียอดสูงสุดของทวีป คือ ยอดแมคคินลีย์

                 – เทือกเขาร็อกกี้   ยอดสูงสุดคือ  เอลเบิร์ตดิน และมีอุทยาน แห่งชาติเยลโลสโตน อยู่ทางตะวันตกในสหรัฐ-แคนาดา-17             เทือกเขาตะวันอกของอเมริกา3

                 – เทือกเขาแคสเกต   เป็นแนวยาวด้านชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

                 – เทือกเขาเซียราเนวาดา143  – เทือกเขาเซียรามาเดร  ในเม็กซิโก

                 ยังเป็นแนวภูเขาไฟ  แผ่นดินไหวในเม็กซิโกและอเมริกากลาง-19

           4.2  เขต ที่ราบภาคกลาง  แบ่งเป็นเขตย่อย  ดังนี้-29-45-57-20

                 – ที่ราบรอบอ่าวฮัดสัน  ลุ่มแม่น้ำแมกเคนซี  อากาศหนาว

                 – ที่ราบแพร์รี่  ตอนกลางในแคนาดา  เขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญ

                 – ที่ราบทะเลสาบทั้ง 5  (เกรตเลคซ์)

                 – ที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ – มิสซูรี

                 – ที่ราบเกรตเพลนส์  เขตเงาฝน  ด้านตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี้

                 – ที่ราบรอบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก  และชายฝั่งหมู่เกาะแอตแลนติก

            4.3  เขตทิวเขาภาคตะวันออก  เป็นเขตหินเก่า  คือ เทือกเขาแอปปาเลเซียน

            4.4  เขตหินเก่าแคนาดา  รอบอ่าวฮัดสัน – เกรตเลคส์  มีทรัพยากรสมบูรณ์   -5977

                                                 -8                        94

      ลักษณะภูมิอากาศของทวีปอเมริกาเหนือ

1. เขตภูมิอากาศร้อนชื้น (ป่าไม้เขตร้อน)   อากาศร้อน  ฝนตกชุกได้แก่บริเวณตอนเหนือของอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดิสตะวันตก-51                         -63

2. เขตภูมิอากาศแห้งแล้งแถบร้อน (ทะเลทราย)  อุณหภูมิสูง ฝนตกน้อย  ได้แก่ บริเวณตอนเหนือประเทศเม็กซิโก  และทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา  -38                81

3. เขตภูมิอากาศแห้งแล้งแถบอบอุ่น  อากาศแห้งแล้ง  ได้แก่บริเวณตอนเหนือ ลักษณะอากาศแห้งแล้ง

4. เขตอากาศชื้นสลับแล้ง (ทุ่ง หญ้าเมืองร้อน) มีอุณหภูมิสูงตลอดปี  ฝนชุกในฤดูร้อน ได้แก่ บริเวณชายฝั่งอเมริกากลาง และหมู่เกาะอินดิสตะวันตก  พืชพรรณได้แก่ ป่าโปร่ง และทุ่งหญ็สะวันนา 163                                        161

162                                   160

5. เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน  มีอากาศอบอุ่น  ฝนตกในฤดูหนาว   ได้แก่บริเวณชายฝั่งตะวันออกและตอนใต้ของรัฐแคลิปฟอร์เนีย  พืชพรรณเป็นไม้พุ่มเตี้ย สลับกับ ทุ่งหญ้า ปลูกพืช ส้ม มะกอก องุ่นได้ดี

6. เขตภูมิอากาศอบอุ่นชื้น มี อากาศอบอุ่น  ฝนตกในฤดูร้อน  ได้แก่ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้  และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา  อิทธิพลลมสินค้าตะวันออกเฉียงเหนือ  พืชพรรณ-ทุ่งหญ้าแพร์รี  ไม้ใบกว้างไม่ผลัดใบ  ปลูกพืชเมืองร้อน                                  

7. เขตภูมิอากาศชื้นภาคพื้นทวีป  มีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว  ได้แก่  บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปและตอนใต้ของทะเลสาบทั้ง 5   พืชพรรณมีลักษณะเป็นต้นไม้ ป่าไม้ใบกว้าง ผลัดใบ  และป่าสน

8.  เขตภูมิอากาศภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก มี อากาศอบอุ่น  ฝนตกชุกตลอดปี  ได้แก่ 

-19           109                 -6077           72      111

ชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา  และตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา  พืชพรรณมีลักษณะเป็นป่าสน ชนิดต่างๆ

9. เขตภูมิอากาศแบบไทก้า (หนาวกึ่งขั้วโลก)  อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว  ได้แก่  แคนาดา และรัฐอลาสกา

10. เขตภูมิอากาศแบบทุนดรา  มีลักษณะ อุณหภูมิต่ำตลอดปี  หนาวจัด  ได้แก่ ตอนเหนือของแคนาดา  รัฐอลาสกา และเกาะต่างๆ  ในมหาสมุทรอาร์กติก  พืชพรรณ ได้แก่  มอส  ตะไคร่น้ำ  เป็นบริเวณที่ชาวเอสกิโมอาศัยอยู่

11. เขตภูมิอากาศแบบทุ่งน้ำแข็ง   มีหิมะปกคลุมตลอดปี  ได้แก่  บริเวณขั้วโลก และเกาะกรีนแลนด์

                                          94

12. เขตภูมิอากาศแบบภูเขา   อุณหภูมิจะแตกต่างกันตามความสูงของพื้นที่ได้แก่  บริเวณเทือกเขาด้านตะวันตกของทวีป

ทรัพกรธรรมชาติ

                 ทวีปอเมริกาเหนือมีพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมภูมิอากาศทุกประเภท  จึงเป็นทวีปที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากร  ทั้งทรัพยากรดิน  และทรัพยากรน้ำ  ในเขตลุ่มแม่น้ำสายสำคัญๆ ของทวีป  ทั้งทรัพยากรป่าไม้ในเขตที่ราบสูงภาคตะวันตกของทวีป โดยเฉพาะในแคนาดา  สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก ทรัพยากรแร่ธาตุในเขตเทือกขาภาคตะวันออกของทวีแ  รอบๆ ทะเลสาบทั้ง 5  คาบสมุทรอลาสกา  แคนาดา  แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่  เหล็ก  ถ่านหิน   น้ำมัน  ทองแดง  ก๊าซธรรมชาติ  พลวง   ตะกั่ว  สังกะสี ฯลฯ

166               170       172

เศรษฐกิจของทวีปอเมริกาเหนือ

                 กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่

1. การเกษตร  แบ่งเขตเกษตรกรรมได้ 6 เขตดังนี้81173183171180181187

      1.1 เขตเกษตรกรรมแบบผสม  มีทั้งการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชควบคู่กันไป  กระทำในพื้นที่กว้างขวาง  ตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกเข้าไปถึงภาคตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี้และทะเลสาบ ทั้ง 5   ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ  ส่วนสัตว์เลี้ยงที่สำคัญได้แก่  โคเนื้อ  และโคนม

      1.2 เขตปลูกผักผลไม้และทำไร่ยาสูบ   ผัก ผลไม้ ปลูกบริเวณที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และภาคใต้ของรัฐแคลิปฟอร์เนีย  ส่วนยาสูบปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา

      1.3 เขตปลูกข้าวสาลี ได้แก่  บริเวณภาคกลาง่ของแคนาดาและสหรัฐอเมริกา หรือบริเวณทุ่งหญ้าแพร์รี่ ซึ่งเป็นเขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญที่สุดในโลก

1.4 เขตปลูกฝ้าย  ได้แก่  บริเวณภาคใต้และภาคตะวัน่ตกของสหรัฐอเมริกา

1.5 เขตเลี้ยงปศุสัตว์  ได้แก่  การเลี้ยงโคเนื้อในเขตที่สูงและเขตแห้งแล้งของสหรัฐอเมริกา  แคนาดา และเม็กซิโก  ส่วนโคนมเลี้ยงในบริเวณที่ราบภาคกลางและภาคตะวันออก

186          178               174

1.6 เขตปลูกพืชผลเมืองร้อน  ได้แก่  การปลูกอ้อย  ยาสูบ  กล้วย  โกโก้  กาแฟ  ในอเมริกากลาง และหมู่เกาะอินดิสตะวันตก

              การทำป่าไม้ก็เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ สำคัญอีกประเภทหนึ่งทวีปอเมริกาเหนือ  ทำกันมากในภาค192ตะวันตกของทวีป  ได้แก่ รัฐลาสกา  แคนาดา  และ สหรัฐอเมริกา  การที่ทวีปอเมริกาเหนือมีอาณาเขตจดมหาสมุทรทั้งภาคตะวันตกและตะวันออก  การทำประมงจึงทำกันมากในน่านน้ำมหาสมุทรทั้งสองฝั่ง   แหล่งจับปลาที่สำคัญคือ  แกรนด์แบงก์  ในมหาสมุทรแอตแลนติก  ใกล้ๆกับเกาะนิวฟันด์แลนด์

เนื่อง จากมีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบรูณ์มาก  ทั้งแร่เหล็ก ทองคำ  เงิน  ถ่านหิน  ทองแดง สังกะสี  น้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคต่างๆ ของอเมริกาเหนือ ทำให้อเมริกาเหนือมีความเจริญก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมมาก  เขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของทวีปอเมริกาเหนือได้แก่  ลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา  และรอบๆ ทะเลสาบทั้ง 5  อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกล  เครื่องใช้166ไฟฟ้า  เคมีภัณฑ์  ฯลฯ189193ถ่านหิน19580108

การเมืองการปกครอง

        ประเทศสหรัฐอเมริกาปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข 

        ประเทศแคนาดาปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบเครือจักรภพอังกฤษมีกษัตริย์อังกฤษทรงเป็นประมุข-15

         ส่วนประเทศอื่นๆ ในอเมริกากลางส่วนมากเป็นประเทศด้อยพัฒนา และเคยเป็นอาณานิคมมาก่อน เพิ่งได้รับเอกราช มีการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นส่วนมาก ส่วนน้อยที่เป็นระบอบสังคมนิยม

วัฒนธรรม

มี วัฒนธรรม 2 แบบคือ วัฒนธรรมอังกฤษ ซึ่งเรียกว่า แองโกลอเมริกา และวัฒนธรรมของยุโรปอื่นๆ เช่นวัฒนธรรมละติน ได้แก่ พวกที่พูดภาษาสเปน และโปรตุเกส-33

-11      -14     -13-25          82

      3.2  ดินแดนของของสหรัฐอเมริกาที่ไม่เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินใหญ่ คือ อลาสกา และฮาวาย

    3.3  หมู่เกาะอินดิสตะวันตกในทะเลแคริบเบียน  ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

           1. หมู่เกาะบาฮามาร์  เกิดจากแนวปะการัง  อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา

           2. หมู่เกาะแอนติลลิสใหญ่ มี 4 เกาะ คือ คิวบา  ฮิสแปนิโอล่า  จาไมก้า และเปอร์โตริโก

           3. หมู่เกาะแอนติลลิสใหญ่  มีหมู่เกาะเวอร์จิน  หมู่เกาะบาร์เบโดส เกาะตรินิแดด เกาะโตเบโก

4.  ลักษณะภูมิประเทศของทวีปอเมริกาเหนือ  แบ่งได้ดังนี้

           4.1 เขตเทือกเขาสูงทางภาคตะวันตก  ประกอบด้วย เทือกเขาสูงและที่ราบสูง เช่น บริติชโคลัมเบีย  โคโรลาโด  เกรตเบซิน  เม็กซิโก  ได้แก่

                 – เทือกเขาอลาสกา มียอดสูงสุดของทวีป คือ ยอดแมคคินลีย์

                 – เทือกเขาร็อกกี้   ยอดสูงสุดคือ  เอลเบิร์ตดิน และมีอุทยาน แห่งชาติเยลโลสโตน อยู่ทางตะวันตกในสหรัฐ-แคนาดา

                 – เทือกเขาแคสเกต   เป็นแนวยาวด้านชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

                 – เทือกเขาเซียราเนวาดา

                 – เทือกเขาเซียรามาเดร  ในเม็กซิโก

                 ยังเป็นแนวภูเขาไฟ  แผ่นดินไหวในเม็กซิโกและอเมริกากลาง

           4.2  เขต ที่ราบภาคกลาง  แบ่งเป็นเขตย่อย  ดังนี้

                 – ที่ราบรอบอ่าวฮัดสัน  ลุ่มแม่น้ำแมกเคนซี  อากาศหนาว

                 – ที่ราบแพร์รี่  ตอนกลางในแคนาดา  เขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญ

                 – ที่ราบทะเลสาบทั้ง 5  (เกรตเลคซ์)

                 – ที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ – มิสซูรี

                 – ที่ราบเกรตเพลนส์  เขตเงาฝน  ด้านตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี้

                 – ที่ราบรอบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก  และชายฝั่งหมู่เกาะแอตแลนติก

            4.3  เขตทิวเขาภาคตะวันออก  เป็นเขตหินเก่า  คือ เทือกเขาแอปปาเลเซียน

            4.4  เขตหินเก่าแคนาดา  รอบอ่าวฮัดสัน – เกรตเลคส์  มีทรัพยากรสมบูรณ์  

      ลักษณะภูมิอากาศของทวีปอเมริกาเหนือ

1. เขตภูมิอากาศร้อนชื้น (ป่าไม้เขตร้อน)   อากาศร้อน  ฝนตกชุกได้แก่บริเวณตอนเหนือของอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดิสตะวันตก

2. เขตภูมิอากาศแห้งแล้งแถบร้อน (ทะเลทราย)  อุณหภูมิสูง ฝนตกน้อย  ได้แก่ บริเวณตอนเหนือประเทศเม็กซิโก  และทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา 

3. เขตภูมิอากาศแห้งแล้งแถบอบอุ่น  อากาศแห้งแล้ง  ได้แก่บริเวณตอนเหนือ ลักษณะอากาศแห้งแล้ง

4. เขตอากาศชื้นสลับแล้ง (ทุ่ง หญ้าเมืองร้อน) มีอุณหภูมิสูงตลอดปี  ฝนชุกในฤดูร้อน ได้แก่ บริเวณชายฝั่งอเมริกากลาง และหมู่เกาะอินดิสตะวันตก  พืชพรรณได้แก่ ป่าโปร่ง และทุ่งหญ็สะวันนา

5. เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน  มีอากาศอบอุ่น  ฝนตกในฤดูหนาว  ได้แก่บริเวณชายฝั่งตะวันออกและตอนใต้ของรัฐแคลิปฟอร์เนีย  พืชพรรณเป็นไม้พุ่มเตี้ย สลับกับ ทุ่งหญ้า ปลูกพืช ส้ม มะกอก องุ่นได้ดี

6. เขตภูมิอากาศอบอุ่นชื้น มี อากาศอบอุ่น  ฝนตกในฤดูร้อน  ได้แก่ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้  และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา  อิทธิพลลมสินค้าตะวันออกเฉียงเหนือ  พืชพรรณ-ทุ่งหญ้าแพร์รี  ไม้ใบกว้างไม่ผลัดใบ  ปลูกพืชเมืองร้อน

7. เขตภูมิอากาศชื้นภาคพื้นทวีป  มีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว  ได้แก่  บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปและตอนใต้ของทะเลสาบทั้ง 5   พืชพรรณมีลักษณะเป็นต้นไม้ ป่าไม้ใบกว้าง ผลัดใบ  และป่าสน

8.  เขตภูมิอากาศภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก มี อากาศอบอุ่น  ฝนตกชุกตลอดปี  ได้แก่  ชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา  และตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา  พืชพรรณมีลักษณะเป็นป่าสน ชนิดต่างๆ

9. เขตภูมิอากาศแบบไทก้า (หนาวกึ่งขั้วโลก)  อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว  ได้แก่  แคนาดา และรัฐอลาสกา

10. เขตภูมิอากาศแบบทุนดรา  มีลักษณะ อุณหภูมิต่ำตลอดปี  หนาวจัด  ได้แก่ ตอนเหนือของแคนาดา  รัฐอลาสกา และเกาะต่างๆ  ในมหาสมุทรอาร์กติก  พืชพรรณ ได้แก่  มอส  ตะไคร่น้ำ  เป็นบริเวณที่ชาวเอสกิโมอาศัยอยู่

11. เขตภูมิอากาศแบบทุ่งน้ำแข็ง   มีหิมะปกคลุมตลอดปี  ได้แก่  บริเวณขั้วโลก และเกาะกรีนแลนด์

12. เขตภูมิอากาศแบบภูเขา   อุณหภูมิจะแตกต่างกันตามความสูงของพื้นที่ได้แก่  บริเวณเทือกเขาด้านตะวันตกของทวีป

ทรัพกรธรรมชาติ

                 ทวีปอเมริกาเหนือมีพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมภูมิอากาศทุกประเภท  จึงเป็นทวีปที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากร  ทั้งทรัพยากรดิน  และทรัพยากรน้ำ  ในเขตลุ่มแม่น้ำสายสำคัญๆ ของทวีป  ทั้งทรัพยากรป่าไม้ในเขตที่ราบสูงภาคตะวันตกของทวีป โดยเฉพาะในแคนาดา  สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก ทรัพยากรแร่ธาตุในเขตเทือกขาภาคตะวันออกของทวีแ  รอบๆ ทะเลสาบทั้ง 5  คาบสมุทรอลาสกา  แคนาดา  แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่  เหล็ก  ถ่านหิน   น้ำมัน  ทองแดง  ก๊าซธรรมชาติ  พลวง   ตะกั่ว  สังกะสี ฯลฯ

เศรษฐกิจของทวีปอเมริกาเหนือ

                 กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่

1. การเกษตร  แบ่งเขตเกษตรกรรมได้ 6 เขตดังนี้

      1.1 เขตเกษตรกรรมแบบผสม  มีทั้งการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชควบคู่กันไป  กระทำในพื้นที่กว้างขวาง  ตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกเข้าไปถึงภาคตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี้และทะเลสาบ ทั้ง 5   ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ  ส่วนสัตว์เลี้ยงที่สำคัญได้แก่  โคเนื้อ  และโคนม

      1.2 เขตปลูกผักผลไม้และทำไร่ยาสูบ   ผัก ผลไม้ ปลูกบริเวณที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และภาคใต้ของรัฐแคลิปฟอร์เนีย  ส่วนยาสูบปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา

      1.3 เขตปลูกข้าวสาลี ได้แก่  บริเวณภาคกลาง่ของแคนาดาและสหรัฐอเมริกา หรือบริเวณทุ่งหญ้าแพร์รี่ ซึ่งเป็นเขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญที่สุดในโลก

1.4 เขตปลูกฝ้าย  ได้แก่  บริเวณภาคใต้และภาคตะวัน่ตกของสหรัฐอเมริกา

1.5 เขตเลี้ยงปศุสัตว์  ได้แก่  การเลี้ยงโคเนื้อในเขตที่สูงและเขตแห้งแล้งของสหรัฐอเมริกา  แคนาดา และเม็กซิโก  ส่วนโคนมเลี้ยงในบริเวณที่ราบภาคกลางและภาคตะวันออก

1.6 เขตปลูกพืชผลเมืองร้อน  ได้แก่  การปลูกอ้อย  ยาสูบ  กล้วย  โกโก้  กาแฟ  ในอเมริกากลาง และหมู่เกาะอินดิสตะวันตก

              การทำป่าไม้ก็เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ สำคัญอีกประเภทหนึ่งทวีปอเมริกาเหนือ  ทำกันมากในภาคตะวันตกของทวีป  ได้แก่ รัฐลาสกา  แคนาดา  และ สหรัฐอเมริกา  การที่ทวีปอเมริกาเหนือมีอาณาเขตจดมหาสมุทรทั้งภาคตะวันตกและตะวันออก  การทำประมงจึงทำกันมากในน่านน้ำมหาสมุทรทั้งสองฝั่ง   แหล่งจับปลาที่สำคัญคือ  แกรนด์แบงก์  ในมหาสมุทรแอตแลนติก  ใกล้ๆกับเกาะนิวฟันด์แลนด์

เนื่อง จากมีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบรูณ์มาก  ทั้งแร่เหล็ก ทองคำ  เงิน  ถ่านหิน  ทองแดง สังกะสี  น้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคต่างๆ ของอเมริกาเหนือ ทำให้อเมริกาเหนือมีความเจริญก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมมาก  เขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของทวีปอเมริกาเหนือได้แก่  ลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา  และรอบๆ ทะเลสาบทั้ง 5  อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกล  เครื่องใช้ไฟฟ้า  เคมีภัณฑ์  ฯลฯ

การเมืองการปกครอง

        ประเทศสหรัฐอเมริกาปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข 

        ประเทศแคนาดาปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบเครือจักรภพอังกฤษมีกษัตริย์อังกฤษทรงเป็นประมุข

         ส่วนประเทศอื่นๆ ในอเมริกากลางส่วนมากเป็นประเทศด้อยพัฒนา และเคยเป็นอาณานิคมมาก่อน เพิ่งได้รับเอกราช มีการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นส่วนมาก ส่วนน้อยที่เป็นระบอบสังคมนิยม

วัฒนธรรม

มี วัฒนธรรม 2 แบบคือ วัฒนธรรมอังกฤษ ซึ่งเรียกว่า แองโกลอเมริกา และวัฒนธรรมของยุโรปอื่นๆ เช่นวัฒนธรรมละติน ได้แก่ พวกที่พูดภาษาสเปน และโปรตุเกส

แอฟริกา


                ทวีปแอฟริกา                      

                                                                    

                                   

  

                                    

  

                          ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปใหญ่และเก่าแก่ซึ่งชาวยุโรปรู้จักมานานแล้ว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กาฬทวีป”หรือทวีปมืด เพราะสภาพแวดล้อมเป็นอุปสรรคต่อการสำรวจจึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก ทำให้ชาวยุโรปสนใจทวีปนี้น้อย และชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ยังมีการพัฒนาทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่น้อยและเป็นไปอย่างเชื่องช้า จึงทำให้ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่ล้าหลังกว่าทวีปอื่นๆ ปัจจุบันทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่อุดมสมบูรณ์ด้วย ทรัพยากรน้ำมัน  เพชร  ทองคำ  และสัตว์ป่า และเป็นแหล่งของพืชผลเมืองร้อนและเป็นตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

 

ที่ตั้ง อาณาเขตติดต่อ ขนาด

                                                                      

1. ทวีปแอฟริกาตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรป โดยมีทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคั่นและตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย โดยมีทะเลแดงคั่นมีส่วนแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างทวีปแอฟริกากับทวีปเอเชียคือ คาบสมุทรไซนายและคลองสุเอซ

 

2. ทวีปแอฟริกามีเส้นศูนย์สูตรลากผ่านกลางทวีปส่งผลให้ทวีปแอฟริกามีพื้นที่อยู่ในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ในอัตราส่วนเกือบเท่าๆกัน  โดยมีพื้นที่อยู่ในซีกโลกเหนือมากกว่าเล็กน้อยเพราะพื้นที่กว้างทางตอนเหนือ

3. ทวีปแอฟริกามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2  รองมาจากทวีปเอเชีย

4. ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ติดกับพื้นน้ำทุกทิศ มีพื้นที่อยู่ใกล้กับทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย

 

ลักษณะภูมิประเทศ

  

1. ทวีปแอฟริกามีฝั่งทะเลค่อนข้างราบเรียบทำให้มีประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล รวม 14 ประเทศ

2. ทวีปแอฟริกามีฝั่งทะเลสั้น ส่งผลให้พื้นที่ทางตอนในแห้งแล้งเป็นทะเลทรายหลายแห่ง ส่วนมากอยู่ทางตอนเหนือเพราะความชื้นจากทะเลเข้าไปไม่ถึง             

3. เกาะใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา คือ เกาะมาดากัสการ์ มีช่องแคบโมซัมบิก กั้นออกจากแผ่นดินใหญ่

4. พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา มีลักษณะเป็นที่ราบสูง จึงได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งที่ราบสูง 

     

5. ความสูงของทวีปจะสูงมากทางทิศตะวันออกและลาดต่ำไปทางทิศตะวันตก

6. ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีป จะมีน้ำแข็งปกคลุมยอดเขาตลอดปี ทั้งๆที่อยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตร(เขตร้อน) คือ ยอดเขาคิลิมานจาโร  อยู่ในประเทศแทนซาเนีย

7. ทะเลสาบในทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่เกิดจากการทรุดตัวของเปลือกโลก จึงมีลักษณะเรียวยาว ลึก แคบ เช่น ทะเลสาบวิกตอเรีย  ทะเลสาบทันกันยิกา ทะเลสาบไนอะซา

8. ทะเลสาบวิกตอเรีย เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองมาจาก ทะเลสาบสุพีเรีย ในทวีปอเมริกาเหนือ

9. ทะเลสาบทันกันยิกา เป็นทะเลสาบที่มีน้ำลึกเป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจากทะเลสาบไบคาลในทวีปเอเชีย

10 ลักษณะภูมิประเทศแบบที่ราบจะพบเป็นบริเวณแคบตามชายฝั่งของทวีปทางตะวันตกและทางตะวันออก

11.แม่น้ำสายยาวที่สุดในโลก คือ แม่น้ำไนล์ ต้นกำเนิดอยู่ที่ทะเลสาบวิกตอเรียไหลลงสู่ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนประเทศอียิปต์

12. แม่น้ำในทวีปแอฟริกา ที่มีความยากเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ แม่น้ำไนล์  แม่น้ำคองโก แม่น้ำไนเจอร์ แม่น้ำแซมเบซี

13. แม่น้ำในทวีปแอฟริกา ใช้ประโยชน์ในการคมนาคมได้น้อยเพราะไหลผ่านที่ราบสูงทำให้น้ำไหลเชี่ยว และมีแก่งน้ำตกกั้นขวางลำน้ำหลายแห่ง 

      แต่เป็นประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

14. ลุ่มแม่น้ำคองโก ใกล้เส้นศูนย์สูตร เป็นเขตป่าดิบชื้นที่มีขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลกถือเป็นลุ่มแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีป

 

 

ลักษณะภูมิอากาศของทวีปแอฟริกา

     

 

1. ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอากาศร้อน มีพื้นที่ทางตอนเหนือสุดและใต้สุดมีอากาศอบอุ่น ไม่มีพื้นที่อยู่ในเขตอากาศหนาว

2. ทวีปแอฟริกามีชายฝั่งทะเลค่อนข้างราบเรียบทำให้พื้นที่ตอนในแห้งแล้งเป็นทะเลทรายหลายแห่ง     

3. พื้นที่ที่แห้งแล้งเป็นทะเลทรายอยู่ทางตอนเหนือของทวีปคือ  ทะเลทรายสะฮารา ถือเป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

4. กระแสน้ำที่ไหลผ่านทวีปแอฟริกา มี 4 สาย ได้แก่                                           

5. กระแสน้ำเย็นคานารี 

6. กระแสน้ำเย็นเบงเกลา

7. กระแสน้ำอุ่นกินี                                          

8. กระแสน้ำอุ่นโมซัมบิก

9. ลมประจำที่พัดผ่าน มี 2 ชนิด คือ 1.ลมค้าตะวันออกเฉียงเหนือ พัดจากตอนในสู่ชายฝั่งทำให้แห้งแล้ง 

10. ลมค้าตะวันออกเฉียงใต้ พัดจากมหาสมุทรอินเดียเข้าทางใต้ นำความชื้นมาสู่ในทวีป

                                         ลักษณะทางเศรษฐกิจของแอฟริกา

                           

 

1. ทวีปแอฟริกาได้ชื่อว่าเป็นทวีปที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรแร่ธาตุมากที่สุดในโลก

2. เพชร พบมากในเขตประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ รองลงมา ได้แก่ นามิเบีย  บอตสวานา     ซิมบับเว   โมซัมบิก   ( รวม3/4ของโลก )

3. ทองคำ พบมากในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ แหล่งสำคัญอยู่ที่วิตวอเตอร์สแรนด์ รองลงมา ได้แก่  ซิมบับเว  กานา

4. ทองแดง พบมากในประเทศซาอีร์  ถือเป็นสินค้าออกที่ทำรายได้ประมาณร้อยละ 70 ของสินค้าออกทั้งหมดของประเทศซาอีร์

5. น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ประเทศผู้ผลิตที่สำคัญได้แก่ ลิเบีย  อียิปต์  แอลจีเรีย  ตูนีเซีย  ไนจีเรีย  และในเขตทะเลทรายสะฮารา

6. อาชีพหลักของประชากรคือ การเกษตรกรรม ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรมแบบยังชีพ

7. สัตว์เลี้ยงที่นิยมนำมาเลี้ยงแบบเร่ร่อน ได้แก่ อูฐ  ลา

8. ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา จัดเป็นประเทศกำลังพัฒนา

9. ประเทศที่ถือว่าพัฒนาแล้วมีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมมากของทวีปแอฟริกามีประเทศเดียวคือ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

10. แมลงเซตซีถือเป็นอุปกสรรคต่อการเลี้ยงสัตว์ของทวีปแอฟริกาเป็นตัวเหลือบชนิดหนึ่งเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคเหงาหลับให้กับสัตว์

11. สัตว์เลี้ยงที่ชาวแอฟริกันนิยมเลี้ยงเพื่อแสดงถึงความมีฐานะทางสังคม คือ โค

12. ทวีปแอฟริกามีสัตว์ป่าขนาดใหญ่จำนวนมาก ถือเป็นทวีปที่มีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์มาก จนมีการเปิด”ซาฟารี” โดยให้ชาวต่างชาติเข้าชมสัตว์ป่าโดยเสียค่าเข้าชมแก่รัฐบาล

13. การประมงในทวีปแอฟริกามีความสำคัญน้อยมาก เพราะมีชายฝั่งทะเลราบเรียบ ไม่เหมาะสมเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา

14. ทวีปแอฟริกามีการคมนาคมขนส่งล้าหลังมาก เพราะมีภูมิประเทศ ภูมิอากาศเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและขาดแคลนงบประมาณ

 

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

 

                                        

                   อียิปต์เป็นดินแดนที่น่าพิศวงมากประเทศหนึ่ง คนทั่วไปมองว่าอารยธรรมอียิปต์มีความเชื่อที่เล้นลับแฝงอยู่มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ซ่อนความเจริญด้านต่างๆ ไว้อย่างมากมายด้วยเช่นกัน เมื่อย้อนมาพิจารณาดูว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อียิปต์มีความรุ่งเรืองและถึงกับเป็นดินแดนที่น่าพิศวง ตลอดจนมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญมากมาย เช่น ปิรามิค วิหารขนาดใหญ่ เป็นต้น

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และแม่น้ำไนล์

อียิปต์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ในสมัยโบราณบริเวณที่ีมีผู้คนอาศัยอยู่ได้แก่ ดินแดนที่อยู่บนสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ ทิศเหนือคือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกคือทะเลแดง ทิศใต้คือประเทศนูเบียหรือซูดานในปัจจุบัน ส่วนทิศตะวันตกคือทะเลทรายซะฮารา อียิปต์โบราณประกอบด้วยบริเวณสองแห่งคืออียิปต์บน (Upper Egypt) และอียิปต์ล่าง (Lower Egypt) อียิปต์บนได้แก่ บริเวณที่มีแม่น้ำไนล์ไหลผ่านหุบเขา มีความยาวประมาณ 500 ไมล์ ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ตอนนี้เป็นหน้าผาลาดกว้างไปจนสุดสายตา เต็มไปด้วยเนินเขาที่แห้งแล้ง มีเนินทรายสีแดงและสีเหลืองเป็นตอนๆ อียิปต์ล่าง ได้แก่บริเวณที่แม่น้ำไนล์แตกสาขาออกเป็นรูปพัดไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนี้ชาวกรีกโบราณเรียกว่า เดลต้า เป็นบริเวณปลายสุดของลำน้ำมีความยาวประมาณ 200 ไมล์ และกว้างระหว่าง 6-22 ไมล์ อารยธรรมโบราณของอียิปต์ได้เจริญขึ้นในบริเวณแถบเดลต้านี้

อียิปต์เป็นดินแดนกันดารฝน แต่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากแม่น้ำไนล์ซึ่งได้รับน้ำอันเกิดจากหิมะละลาย และฝนในฤดูร้อนจากภูเขาในอบิสสิเนีย น้ำจะไหลบ่าลงมาตามแม่น้ำ ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมจนถึงตุลาคมทำให้สองฝั่งแม่น้ำไนล์จมอยู่ใต้น้ำเป็นบริเวณกว้าง เมื่อน้ำลดโคลนตมที่น้ำพัดพามาจะตกตะกอนเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก

ความอุดมสมบูรณ์ ลุ่มแม่น้ำไนล์ได้มาจากตะกอนโคลนตมอันอุดมด้วยปุ๋ยซึ่งน้ำที่ท่วมประจำปีนำมาทิ้งไว้เช่นเดียวกับบริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ของเมโสโปเตเมียพัฒนาการของอารยธรรมก็ค่อนข้างจะเป็นไปตามแบบแผนเดียวกัน กล่าวคือมีการร่วมแรงกันสร้างระบบชลประทานเพื่อป้องกันน้ำท่วม สร้างทำนบกั้นน้ำ ขุดคูน้ำไปยังดินแดนที่ห่างไกลออกไปแต่ทว่าพัฒนาการทางการเมืองของอียิปต์แตกต่างจากเมโสโปเตเมีย กล่าวคืออียิปต์ได้แบ่งแยกเป็นนครรัฐอิสระอย่างในเมโสโปเตเมีย หากแต่ร่วมกันเป็นอาณาจักรที่อยู่ใต้อำนาจทางการเมืองของบุคคลเดียวคือกษัตริย์ซึ่งอียิปต์เรียกว่าฟาโรห์ (Pharaoh)

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้กษัตริย์อียิปต์สามารถรวบรวม และปกครองดินแดนทั้งหมดไว้ได้อย่างมั่นคงตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ปัจจัยดังกล่าวได้แก่

(1) ทะเลทรายช่วยป้องกันการแทรกซึมของพวกลิเบียจากทะเลทรายทางทิศตะวันตก หรือพวกเอเซียทางทิศตะวันออกและพวกนูเบียจากทิศใต้ การป้องกันตนเองจึงไม่ใช่ปัญหาน่าหนักใจสำหรับผู้ปกครองอียิปต์

(2) แม่น้ำไนล์เปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง และระบบประสาทในการรวมดินแดนเป็นรัฐที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำที่เรือแพล่องไปมาได้สะดวก โดยอาศัยการควบคุมการเดินเรือในแม่น้ำไนล์ ผู้ปกครองก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชน และการถ่ายเทของสินค้าได้โดยอัตโนมัติ และอาศัยแม่น้ำไนล์เป็นเส้นทางคมนาคม สำหรับการเดินเรือไปเก็บภาษีอากรจากประชาชนตลอดจนเป็นเส้นทางเดินทัพ นอกจากนี้การที่เขตอุดมสมบูรณ์จำกัดอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์เป็นแนวยาวตามสองฟากฝั่งทำให้ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่เฉพาะในบริเวณนี้ก็ยังเอื้อให้การปกครองประชาชนเป็นไปโดยง่าย

ความอุดมสมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอที่อียิปต์ได้รับจากแม่น้ำไนล์ ด้วยเหตุนี้นักภูมิศาสตร์ จึงเรียกอียิปต์ว่า ดอกผลแห่งแม่น้ำไนล์ (Gift of the Nile) ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นปราการป้องกันศัตรูจากภายนอกทำให้ชาวอียิปต์โบราณมีความรู้สึกที่มั่นคงปลอดภัย มองไม่เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตดำเนินไปเหมือนกันหมด พลังผักดันจากภายนอกที่จะให้มีความปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงมีอยู่น้อยมาก ด้วยเหตุนี้อารยธรรมอียิปต์จึงเจริญติดต่อกันมาอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงระยะเวลาอันยาวนาน

อารยธรรมอิยิปต์โบราณ

อารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกโบราณในระยะต้นนั้นส่วนใหญ่ก็คืออารยธรรมที่ราบลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เพราะการสร้างอารยธรรมในยุคแรกนั้นมีกำเนิดในบริเวณลุ่มแม่น้ำใหญ่ เนื่องจากประชากรในยุคนั้นต้องอาศัยน้ำทั้งในการดำรงชีวิตและเพื่องานเกษตรกรรม การคมนาคมส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยแม่น้ำ ด้วยเหตุนี้แหล่งอารยธรรมโบราณของโลกจึงอยู่ที่บริเวณแม่น้ำใหญ่ 4 แห่ง คือ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส ยูเฟรตีส บริเวณแม่น้ำสินธุ และบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำเหลือง อารยธรรมในบริเวณนี้เป็นอารยธรรมเกษตรกรรม เนื่องจากต้องอาศัยการดำรงชีวิตอยู่ใกล้บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้งสิ้น 

อารยธรรมของอียิปต์สรุปได้ดังนี้

 1. อาณาจักรโบราณของทวีปแอฟริกาซึ่งถือว่าเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือ อาณาจักรอียิปต์โบราณ  ตั้งอยู่ลุ่มแม่น้ำไนล์ ทางเหนือของทวีป  มีกษัตริย์ปกครอง เรียกว่า  ฟาโรห์

2. อารยธรรมชองชาวอียิปต์โบราณ ได้แก่    การสร้างเขื่อนชลประทานเพื่อแก้ปัญหาการขาดน้ำ   การทำกระดาษขึ้นใช้  ซึ่งทำจากใบพืชที่เรียก  ปาปิรัส

3.การสร้างปิระมิดเพื่อบรรจุพระศพของฟาโรห์และบุคคลสำคัญ   

4. การรักษาศพมิให้เน่าเปื่อย โดยการทำมัมมี   

5. การสร้างเขื่อนและคูคลองส่งน้ำ  

6. ประดิษฐ์ปฏิทิน  

7. การประดิษฐ์ตัวอักษรเฮียโรกลิฟฟิก

8. ชาวอาหรับแผ่อิทธิพลเข้ามาทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา นับถือศาสนาอิสลาม เป็นพวกเชื้อสายคอเคซอยด์ มาจากทวีปเอเชีย

9. สาเหตุที่ชาวยุโรปเข้ามาในทวีปแอฟริกา  ได้แก่

       1. เพื่อทำการค้า 

       2. หาเส้นทางการเดินเรือมายังทวีปเอเชีย

10. ผู้ที่เดินเรืออ้อมปลายแหลมกู๊ดโฮป ได้เป็นผลสำเร็จและเดินเรือถึงประเทศอินเดีย คือ

        วาสโกดากามา

11. ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาในทวีปแอฟริกา คือ ชาวโปรตุเกส

12. ประเทศที่เข้ามาจับจองดินแดนทวีปแอฟริกาเป็นอาณานิคมได้จำนวนมาก ได้แก่

13.ฝรั่งเศส จับจองทางเหนือ ซึ่งแห้งแล้ง      

14.อังกฤษ  จับจองกระจัดกระจายทั่วไป  มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร

15. ประเทศในทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่ได้รับเอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มี  4 ประเทศ

      ที่ได้รับเอกราชก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่  ไลบีเรีย    สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ 

       อียิปต์    เอธิโอเปีย 

ลักษณะสังคมและวัฒนธรรม  

                            

 

1. ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง    

2. ประเทศส่วนใหญ่ปกครองแบบรัฐเดี่ยว  มีประธานาธิบดีเป็นประมุข 

3. ภาษาที่ใช้ในทวีปแอฟริกา ได้แก่ 1. ภาษาอาหรับ (ภาคเหนือ)   2. ภาษาบันตู (ตะวันออก ลาง  ใต้) 

4. ภาษาซูดาน (ตะวันตก) 

5. กลุ่มภาษายุโรป (ประเทศที่เคยตกเป็นเมืองขึ้น)

5. ประชากรส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา นับถือศาสนาคริสต์  รองลงมา ศาสนาอิสลาม ในอัตราส่วนใกล้เคียงกันและนับถือผีสางเทวดา

6. ประชากรของทวีปแอฟริกา ส่วนใหญ่มีเชื้อสายนิกรอยด์    (ผิวดำ ผมหยิก ริมฝีปากหนา)

 แบบทดสอบ

คำสั่ง    ให้เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดแล้วทำเครื่องหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบ

1. ข้อใดกล่าวถึงที่ตั้งของทวีปแอฟริกา ไม่ถูกต้อง

ก. ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแอตแลนติก

ข.   มีพื้นที่ในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้เกือบเท่ากัน

ค.   เป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับทวีปยุโรป

ง.   ตั้งอยู่ใกล้กับทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป 

2. ภูมิภาคใดของทวีปแอฟริกามีความแห้งแล้งเป็นเขตทะเลทรายที่มีพื้นที่มากที่สุดในโลก

ก. ภาคเหนือ                       ข.   ภาคกลาง                               

ค.   ภาคใต้                        ง.   ภาคตะวันตก 

3. ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา มีลักษณะอย่างไร

ก. ที่ราบลุ่มแม่น้ำ           ข.   ที่ราบสูง

ค.   เทือกเขาสูง            ง.   แอ่งที่ราบกว้างใหญ่ 

4. แม่น้ำสายสำคัญที่สุดของทวีปแอฟริกา และถือเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก คือแม่น้ำสายใด

ก. แม่น้ำคองโก              ข.   แม่น้ำแซมเบซี

ค.   แม่น้ำไนล์               ง.   แม่น้ำไนเจอร์ 

5. ทวีปที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา คือทวีปใด

ก. ทวีปเอเชีย                ข.   ทวีปอเมริกาเหนือ

ค.   ทวีปอเมริกาใต้         ง.   ทวีปยุโรป 

6. ทวีปแอฟริกามีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่เท่าไรของโลก

ก. อันดับ 1                   ข.   อันดับ 2                                         

ค.   อันดับ 3                 ง.   อันดับ 4 

7. แม่น้ำในทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้เดินเรือได้ เป็นเพราะเหตุใด

ก. แม่น้ำไหลผ่านที่ราบ แต่มีความยาวไม่มาก ไม่สะดวก

ข. แม่น้ำไหลผ่านภูเขาสูง ทำให้ไหลเชี่ยวเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

ค. แม่น้ำไหลผ่านที่ราบสูงทำให้น้ำไหลเชี่ยว มีแก่งน้ำตกกั้นขวางลำน้ำหลายแห่ง

ง. แม่น้ำไหลผ่านที่แห้งแล้ง น้ำน้อย ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ 

8. สิ่งใดต่อไปนี้ ไม่สัมพันธ์กับ ทวีปแอฟริกา

ก. หิมะปกคลุมยอดเขาในเขตศูนย์สูตร   

ข.   มีแม่น้ำสายยาวที่สุดในโลก

ค.   แหล่งผลิตเพชรและทองคำมากที่สุดในโลก

ง.    มีที่ราบลุ่มแม่น้ำกว้างใหญ่ที่สุดในโลก

 9. เมื่อพิจารณาตามตำแหน่งที่ตั้งของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตภูมิอากาศแบบใดของโลก

ก. ร้อน                              ข.อบอุ่น

ค.   หนาว                          ง.   แห้งแล้ง 

10. ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นจะพบบริเวณใดของทวีปแอฟริกา

ก. ทางตอนกลางของทวีป

ข.   ทางตะวันตกและทางใต้ของทวีป

ค.   ทางตะวันออกและทางเหนือของทวีป

ง.   ทางตอนเหนือและทางใต้ของทวีป

 11. ประเทศใดในทวีปแอฟริกาที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

ก. อียิปต์                                       ข.   สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

ค.   โมร๊อกโก                                 ง.   เอธิโอเปีย

 12. ประชากรส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกาประกอบอาชีพอะไร

ก. เกษตรกรรม                         ข.   อุตสาหกรรม

ค.   การทำประมง                     ง.   การทำเหมืองแร่

 13. สัตว์ชนิดใดที่เกษตรกรของทวีปแอฟริกานิยมเลี้ยงแบบเร่ร่อน

ก. แพะและแกะ                       ข.   ม้าและโคเนื้อ

ค.   อูฐและลา                         ง. โคเนื้อและแพะ

 14. แมลงเซตซีเป็นปัญหาต่อการประกอบอาชีพใดในทวีปแอฟริกา

ก. การเพาะปลูกพืชเขตร้อน                   ข.   การเลี้ยงสัตว์เขตร้อน

ค.   การล่าสัตว์ในทะเลทราย                  ง.   การประมงน้ำเค็ม

 15. ภาคเหนือของทะเลทรายสะฮาราปัจจุบันเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญชนิดใด

ก. แร่เหล็ก                             ข. แร่ถ่านหิน              

ค.    แร่ทองคำ                        ง. น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ

 16. แร่ธาตุอะไรที่ทวีปแอฟริกาผลิตได้มากกว่าทวีปอื่นๆ

ก. เพชร   ทองคำ              

ข. ถ่านหิน    เหล็ก

ค. น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ

ง. ทองแดง   สังกะสี

 17. ประเทศใดขุดเจาะน้ำมันดิบได้ปริมาณมากที่สุดของทวีปแอฟริกา

ก. แอลจีเรีย                             ข.  สาธารณรัฐแอฟริกาใต้                       

ค.   ลิเบีย                                ง.   โมร็อกโก

 18. ประเทศในทวีปแอฟริกาที่ผลิตเพชร ได้มากที่สุดคือประเทศใด

ก. แอลจีเรีย                             ข.   สาธารณรัฐ แอฟริกาใต้

ค.   ลิเบีย                                ง.   โมร็อกโก

 19. ซาฟารีเกี่ยวข้องกับสิ่งใดมากที่สุด

ก. การฟื้นฟูป่าไม้และทุ่งหญ้าของทวีปแอฟริกา

ข.   การเที่ยวชมและล่าสัตว์ป่าในแอฟริกา

ค.   การเลี้ยงสัตว์ในเขตทะเลทราย

ง.   การเลี้ยงสัตว์ในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

 20. ภูมิภาคใดของทวีปแอฟริกาที่มีประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอาหรับและนับถือศาสนาอิสลาม

ก. แอฟริกาเหนือ

ข.   แอฟริกาตะวันตก      

ค.   แอฟริกากลาง

ง.   แอฟริกาใต้

 21. ชนพื้นเมืองเดิมของทวีปแอฟริกา ได้แก่กลุ่มใด

ก. เอสกิโม,บุชแมน         

ข.   อินเดียนแดง, เอสกิโม

ค.  ปิกมี    ,บุชแมน

ง.  อะบอริจินีส,เมารี

 22. ประชากรของทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มเชื้อชาติใด

ก. มองโกลอยด์                      ข.   คอเคซอยด์ 

ค.   ออสตราเลเซีย                  ง.   นิกลอยด์

 23. แหล่งอารยธรรมโบราณในทวีปแอฟริกา อยู่บริเวณใดของทวีป

ก. ลุ่มแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์

ข.   ลุ่มแม่น้ำคองโก ประเทศกาบอง

ค.   ทะเลทรายสะฮารา ประเทศแอลจีเรีย

ง.   แอฟริกาใต้

 24. ต่อไปนี้เป็นอารยธรรมของชาวอียิปต์โบราณ ยกเว้น ข้อใด

ก. ปิระมิด                 

ข.   ตัวอักษรเฮียโรกริฟฟิก

ค.   มัมมี

ง.   การปกครองแบบประชาธิปไตย

 25. กลุ่มภาษาใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลุ่มภาษาที่ใช้กันในทวีปแอฟริกา

ก. กลุ่มภาษาเซมิติก

ข. กลุ่มภาษาซูดาน

ค. กลุ่มภาษาบันตู  

ง. กลุ่มภาษาเยอรมนิก

 

e-classroom – Windows Live


ทวีปแอฟริกา 

e-classroom –                                                                                                    

 

ส 33101  ทวีปแอฟริกา

 

                          ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปใหญ่และเก่าแก่ซึ่งชาวยุโรปรู้จักมานานแล้ว เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กาฬทวีป”หรือทวีปมืด เพราะสภาพแวดล้อมเป็นอุปสรรคต่อการสำรวจจึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก ทำให้ชาวยุโรปสนใจทวีปนี้น้อย และชนพื้นเมืองส่วนใหญ่ยังมีการพัฒนาทางวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่น้อยและเป็นไปอย่างเชื่องช้า จึงทำให้ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่ล้าหลังกว่าทวีปอื่นๆ ปัจจุบันทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่อุดมสมบูรณ์ด้วย ทรัพยากรน้ำมัน  เพชร  ทองคำ  และสัตว์ป่า และเป็นแหล่งของพืชผลเมืองร้อนและเป็นตลาดของสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

 

ที่ตั้ง อาณาเขตติดต่อ ขนาด

1. ทวีปแอฟริกาตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปยุโรป โดยมีทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคั่นและตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย โดยมีทะเลแดงคั่นมีส่วนแผ่นดินเชื่อมต่อระหว่างทวีปแอฟริกากับทวีปเอเชียคือ คาบสมุทรไซนายและคลองสุเอซ

2. ทวีปแอฟริกามีเส้นศูนย์สูตรลากผ่านกลางทวีปส่งผลให้ทวีปแอฟริกามีพื้นที่อยู่ในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ในอัตราส่วนเกือบเท่าๆกัน  โดยมีพื้นที่อยู่ในซีกโลกเหนือมากกว่าเล็กน้อยเพราะพื้นที่กว้างทางตอนเหนือ

3. ทวีปแอฟริกามีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2  รองมาจากทวีปเอเชีย

4. ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ติดกับพื้นน้ำทุกทิศ มีพื้นที่อยู่ใกล้กับทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย

 

ลักษณะภูมิประเทศ

  

1. ทวีปแอฟริกามีฝั่งทะเลค่อนข้างราบเรียบทำให้มีประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล รวม 14 ประเทศ

2. ทวีปแอฟริกามีฝั่งทะเลสั้น ส่งผลให้พื้นที่ทางตอนในแห้งแล้งเป็นทะเลทรายหลายแห่ง ส่วนมากอยู่ทางตอนเหนือเพราะความชื้นจากทะเลเข้าไปไม่ถึง

3. เกาะใหญ่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา คือ เกาะมาดากัสการ์ มีช่องแคบโมซัมบิก กั้นออกจากแผ่นดินใหญ่

4. พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา มีลักษณะเป็นที่ราบสูง จึงได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งที่ราบสูง

5. ความสูงของทวีปจะสูงมากทางทิศตะวันออกและลาดต่ำไปทางทิศตะวันตก

6. ยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีป จะมีน้ำแข็งปกคลุมยอดเขาตลอดปี ทั้งๆที่อยู่ในแนวเส้นศูนย์สูตร(เขตร้อน) คือ ยอดเขาคิลิมานจาโร  อยู่ในประเทศแทนซาเนีย

7. ทะเลสาบในทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่เกิดจากการทรุดตัวของเปลือกโลก จึงมีลักษณะเรียวยาว ลึก แคบ เช่น ทะเลสาบวิกตอเรีย  ทะเลสาบทันกันยิกา ทะเลสาบไนอะซา

8. ทะเลสาบวิกตอเรีย เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองมาจาก ทะเลสาบสุพีเรีย ในทวีปอเมริกาเหนือ

9. ทะเลสาบทันกันยิกา เป็นทะเลสาบที่มีน้ำลึกเป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจากทะเลสาบไบคาลในทวีปเอเชีย

10 ลักษณะภูมิประเทศแบบที่ราบจะพบเป็นบริเวณแคบตามชายฝั่งของทวีปทางตะวันตกและทางตะวันออก

11.แม่น้ำสายยาวที่สุดในโลก คือ แม่น้ำไนล์ ต้นกำเนิดอยู่ที่ทะเลสาบวิกตอเรียไหลลงสู่ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนประเทศอียิปต์

12. แม่น้ำในทวีปแอฟริกา ที่มีความยากเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ แม่น้ำไนล์  แม่น้ำคองโก แม่น้ำไนเจอร์ แม่น้ำแซมเบซี

13. แม่น้ำในทวีปแอฟริกา ใช้ประโยชน์ในการคมนาคมได้น้อยเพราะไหลผ่านที่ราบสูงทำให้น้ำไหลเชี่ยว และมีแก่งน้ำตกกั้นขวางลำน้ำหลายแห่ง 

      แต่เป็นประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ

14. ลุ่มแม่น้ำคองโก ใกล้เส้นศูนย์สูตร เป็นเขตป่าดิบชื้นที่มีขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลกถือเป็นลุ่มแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีป

 

ลักษณะภูมิอากาศของทวีปแอฟริกา

     

 

1. ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอากาศร้อน มีพื้นที่ทางตอนเหนือสุดและใต้สุดมีอากาศอบอุ่น ไม่มีพื้นที่อยู่ในเขตอากาศหนาว

2. ทวีปแอฟริกามีชายฝั่งทะเลค่อนข้างราบเรียบทำให้พื้นที่ตอนในแห้งแล้งเป็นทะเลทรายหลายแห่ง

3. พื้นที่ที่แห้งแล้งเป็นทะเลทรายอยู่ทางตอนเหนือของทวีปคือ  ทะเลทรายสะฮารา ถือเป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

4. กระแสน้ำที่ไหลผ่านทวีปแอฟริกา มี 4 สาย ได้แก่                                           

5. กระแสน้ำเย็นคานารี 

6. กระแสน้ำเย็นเบงเกลา

7. กระแสน้ำอุ่นกินี                                          

8. กระแสน้ำอุ่นโมซัมบิก

9. ลมประจำที่พัดผ่าน มี 2 ชนิด คือ 1.ลมค้าตะวันออกเฉียงเหนือ พัดจากตอนในสู่ชายฝั่งทำให้แห้งแล้ง 

10. ลมค้าตะวันออกเฉียงใต้ พัดจากมหาสมุทรอินเดียเข้าทางใต้ นำความชื้นมาสู่ในทวีป

                                                                             ลักษณะทางเศรษฐกิจ

 

                          

 

1. ทวีปแอฟริกาได้ชื่อว่าเป็นทวีปที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรแร่ธาตุมากที่สุดในโลก

2. เพชร พบมากในเขตประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ รองลงมา ได้แก่ นามิเบีย  บอตสวานา     ซิมบับเว   โมซัมบิก   ( รวม3/4ของโลก )

3. ทองคำ พบมากในประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ แหล่งสำคัญอยู่ที่วิตวอเตอร์สแรนด์ รองลงมา ได้แก่  ซิมบับเว  กานา

4. ทองแดง พบมากในประเทศซาอีร์  ถือเป็นสินค้าออกที่ทำรายได้ประมาณร้อยละ 70 ของสินค้าออกทั้งหมดของประเทศซาอีร์

5. น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ประเทศผู้ผลิตที่สำคัญได้แก่ ลิเบีย  อียิปต์  แอลจีเรีย  ตูนีเซีย  ไนจีเรีย  และในเขตทะเลทรายสะฮารา

6. อาชีพหลักของประชากรคือ การเกษตรกรรม ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรมแบบยังชีพ

7. สัตว์เลี้ยงที่นิยมนำมาเลี้ยงแบบเร่ร่อน ได้แก่ อูฐ  ลา

8. ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกา จัดเป็นประเทศกำลังพัฒนา

9. ประเทศที่ถือว่าพัฒนาแล้วมีความเจริญทางด้านอุตสาหกรรมมากของทวีปแอฟริกามีประเทศเดียวคือ สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

10. แมลงเซตซีถือเป็นอุปกสรรคต่อการเลี้ยงสัตว์ของทวีปแอฟริกาเป็นตัวเหลือบชนิดหนึ่งเป็นพาหะแพร่เชื้อโรคเหงาหลับให้กับสัตว์

11. สัตว์เลี้ยงที่ชาวแอฟริกันนิยมเลี้ยงเพื่อแสดงถึงความมีฐานะทางสังคม คือ โค

12. ทวีปแอฟริกามีสัตว์ป่าขนาดใหญ่จำนวนมาก ถือเป็นทวีปที่มีสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์มาก จนมีการเปิด”ซาฟารี” โดยให้ชาวต่างชาติเข้าชมสัตว์ป่าโดยเสียค่าเข้าชมแก่รัฐบาล

13. การประมงในทวีปแอฟริกามีความสำคัญน้อยมาก เพราะมีชายฝั่งทะเลราบเรียบ ไม่เหมาะสมเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา

14. ทวีปแอฟริกามีการคมนาคมขนส่งล้าหลังมาก เพราะมีภูมิประเทศ ภูมิอากาศเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและขาดแคลนงบประมาณ

 

ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

 

                  

 

                   อียิปต์เป็นดินแดนที่น่าพิศวงมากประเทศหนึ่ง คนทั่วไปมองว่าอารยธรรมอียิปต์มีความเชื่อที่เล้นลับแฝงอยู่มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ซ่อนความเจริญด้านต่างๆ ไว้อย่างมากมายด้วยเช่นกัน เมื่อย้อนมาพิจารณาดูว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อียิปต์มีความรุ่งเรืองและถึงกับเป็นดินแดนที่น่าพิศวง ตลอดจนมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญมากมาย เช่น ปิรามิค วิหารขนาดใหญ่ เป็นต้น

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และแม่น้ำไนล์

อียิปต์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ในสมัยโบราณบริเวณที่ีมีผู้คนอาศัยอยู่ได้แก่ ดินแดนที่อยู่บนสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ ทิศเหนือคือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกคือทะเลแดง ทิศใต้คือประเทศนูเบียหรือซูดานในปัจจุบัน ส่วนทิศตะวันตกคือทะเลทรายซะฮารา อียิปต์โบราณประกอบด้วยบริเวณสองแห่งคืออียิปต์บน (Upper Egypt) และอียิปต์ล่าง (Lower Egypt) อียิปต์บนได้แก่ บริเวณที่มีแม่น้ำไนล์ไหลผ่านหุบเขา มีความยาวประมาณ 500 ไมล์ ทั้งสองฝั่งของแม่น้ำไนล์ตอนนี้เป็นหน้าผาลาดกว้างไปจนสุดสายตา เต็มไปด้วยเนินเขาที่แห้งแล้ง มีเนินทรายสีแดงและสีเหลืองเป็นตอนๆ อียิปต์ล่าง ได้แก่บริเวณที่แม่น้ำไนล์แตกสาขาออกเป็นรูปพัดไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนี้ชาวกรีกโบราณเรียกว่า เดลต้า เป็นบริเวณปลายสุดของลำน้ำมีความยาวประมาณ 200 ไมล์ และกว้างระหว่าง 6-22 ไมล์ อารยธรรมโบราณของอียิปต์ได้เจริญขึ้นในบริเวณแถบเดลต้านี้

อียิปต์เป็นดินแดนกันดารฝน แต่ได้รับการหล่อเลี้ยงจากแม่น้ำไนล์ซึ่งได้รับน้ำอันเกิดจากหิมะละลาย และฝนในฤดูร้อนจากภูเขาในอบิสสิเนีย น้ำจะไหลบ่าลงมาตามแม่น้ำ ตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมจนถึงตุลาคมทำให้สองฝั่งแม่น้ำไนล์จมอยู่ใต้น้ำเป็นบริเวณกว้าง เมื่อน้ำลดโคลนตมที่น้ำพัดพามาจะตกตะกอนเป็นดินที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก

ความอุดมสมบูรณ์ ลุ่มแม่น้ำไนล์ได้มาจากตะกอนโคลนตมอันอุดมด้วยปุ๋ยซึ่งน้ำที่ท่วมประจำปีนำมาทิ้งไว้เช่นเดียวกับบริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ของเมโสโปเตเมียพัฒนาการของอารยธรรมก็ค่อนข้างจะเป็นไปตามแบบแผนเดียวกัน กล่าวคือมีการร่วมแรงกันสร้างระบบชลประทานเพื่อป้องกันน้ำท่วม สร้างทำนบกั้นน้ำ ขุดคูน้ำไปยังดินแดนที่ห่างไกลออกไปแต่ทว่าพัฒนาการทางการเมืองของอียิปต์แตกต่างจากเมโสโปเตเมีย กล่าวคืออียิปต์ได้แบ่งแยกเป็นนครรัฐอิสระอย่างในเมโสโปเตเมีย หากแต่ร่วมกันเป็นอาณาจักรที่อยู่ใต้อำนาจทางการเมืองของบุคคลเดียวคือกษัตริย์ซึ่งอียิปต์เรียกว่าฟาโรห์ (Pharaoh)

สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้กษัตริย์อียิปต์สามารถรวบรวม และปกครองดินแดนทั้งหมดไว้ได้อย่างมั่นคงตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ปัจจัยดังกล่าวได้แก่

(1) ทะเลทรายช่วยป้องกันการแทรกซึมของพวกลิเบียจากทะเลทรายทางทิศตะวันตก หรือพวกเอเซียทางทิศตะวันออกและพวกนูเบียจากทิศใต้ การป้องกันตนเองจึงไม่ใช่ปัญหาน่าหนักใจสำหรับผู้ปกครองอียิปต์

(2) แม่น้ำไนล์เปรียบเสมือนกระดูกสันหลัง และระบบประสาทในการรวมดินแดนเป็นรัฐที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำที่เรือแพล่องไปมาได้สะดวก โดยอาศัยการควบคุมการเดินเรือในแม่น้ำไนล์ ผู้ปกครองก็สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของประชาชน และการถ่ายเทของสินค้าได้โดยอัตโนมัติ และอาศัยแม่น้ำไนล์เป็นเส้นทางคมนาคม สำหรับการเดินเรือไปเก็บภาษีอากรจากประชาชนตลอดจนเป็นเส้นทางเดินทัพ นอกจากนี้การที่เขตอุดมสมบูรณ์จำกัดอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์เป็นแนวยาวตามสองฟากฝั่งทำให้ประชากรส่วนใหญ่อาศัยอยู่เฉพาะในบริเวณนี้ก็ยังเอื้อให้การปกครองประชาชนเป็นไปโดยง่าย

ความอุดมสมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอที่อียิปต์ได้รับจากแม่น้ำไนล์ ด้วยเหตุนี้นักภูมิศาสตร์ จึงเรียกอียิปต์ว่า ดอกผลแห่งแม่น้ำไนล์ (Gift of the Nile) ประกอบกับสภาพภูมิศาสตร์ที่เป็นปราการป้องกันศัตรูจากภายนอกทำให้ชาวอียิปต์โบราณมีความรู้สึกที่มั่นคงปลอดภัย มองไม่เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงชีวิตดำเนินไปเหมือนกันหมด พลังผักดันจากภายนอกที่จะให้มีความปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงมีอยู่น้อยมาก ด้วยเหตุนี้อารยธรรมอียิปต์จึงเจริญติดต่อกันมาอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงระยะเวลาอันยาวนาน

อารยธรรมอิยิปต์โบราณ

อารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของโลกโบราณในระยะต้นนั้นส่วนใหญ่ก็คืออารยธรรมที่ราบลุ่มแม่น้ำ ทั้งนี้เพราะการสร้างอารยธรรมในยุคแรกนั้นมีกำเนิดในบริเวณลุ่มแม่น้ำใหญ่ เนื่องจากประชากรในยุคนั้นต้องอาศัยน้ำทั้งในการดำรงชีวิตและเพื่องานเกษตรกรรม การคมนาคมส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยแม่น้ำ ด้วยเหตุนี้แหล่งอารยธรรมโบราณของโลกจึงอยู่ที่บริเวณแม่น้ำใหญ่ 4 แห่ง คือ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกรีส ยูเฟรตีส บริเวณแม่น้ำสินธุ และบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงโหหรือแม่น้ำเหลือง อารยธรรมในบริเวณนี้เป็นอารยธรรมเกษตรกรรม เนื่องจากต้องอาศัยการดำรงชีวิตอยู่ใกล้บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้งสิ้น

 

อารยธรรมของอียิปต์สรุปได้ดังนี้

 

1. อาณาจักรโบราณของทวีปแอฟริกาซึ่งถือว่าเป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คือ  อาณาจักรอียิปต์โบราณ  ตั้งอยู่ลุ่มแม่น้ำไนล์ ทางเหนือของทวีป  มีกษัตริย์ปกครอง เรียกว่า  ฟาโรห์

2. อารยธรรมชองชาวอียิปต์โบราณ ได้แก่   

3.การสร้างปิระมิดเพื่อบรรจุพระศพของฟาโรห์และบุคคลสำคัญ   

4. การรักษาศพมิให้เน่าเปื่อย โดยการทำมัมมี   

5. การสร้างเขื่อนและคูคลองส่งน้ำ

6. ประดิษฐ์ปฏิทิน  

7. การประดิษฐ์ตัวอักษรเฮียโรกลิฟฟิก

8. ชาวอาหรับแผ่อิทธิพลเข้ามาทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา นับถือศาสนาอิสลาม เป็นพวกเชื้อสายคอเคซอยด์ มาจากทวีปเอเชีย

9. สาเหตุที่ชาวยุโรปเข้ามาในทวีปแอฟริกา  ได้แก่ 1. เพื่อทำการค้า  2. หาเส้นทางการเดินเรือมายังทวีปเอเชีย

10. ผู้ที่เดินเรืออ้อมปลายแหลมกู๊ดโฮป ได้เป็นผลสำเร็จและเดินเรือถึงประเทศอินเดีย คือ วาสโกดากามา

11. ชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาในทวีปแอฟริกา คือ ชาวโปรตุเกส

12. ประเทศที่เข้ามาจับจองดินแดนทวีปแอฟริกาเป็นอาณานิคมได้จำนวนมาก ได้แก่

13.ฝรั่งเศส จับจองทางเหนือ ซึ่งแห้งแล้ง      

14.อังกฤษ  จับจองกระจัดกระจายทั่วไป  มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร

15. ประเทศในทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่ได้รับเอกราชหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มี  4 ประเทศที่ได้รับเอกราชก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้แก่  ไลบีเรีย    สาธารณรัฐแอฟริกาใต้     

         อียิปต์    เอธิโอเปีย

 

ลักษณะสังคมและวัฒนธรรม

           

 

1. ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง

2. ประเทศส่วนใหญ่ปกครองแบบรัฐเดี่ยว  มีประธานาธิบดีเป็นประมุข 

3. ภาษาที่ใช้ในทวีปแอฟริกา ได้แก่ 1. ภาษาอาหรับ (ภาคเหนือ)   2. ภาษาบันตู (ตะวันออก กลาง  ใต้) 

4. ภาษาซูดาน (ตะวันตก)    4. กลุ่มภาษายุโรป (ประเทศที่เคยตกเป็นเมืองขึ้น)

5. ประชากรส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา นับถือศาสนาคริสต์  รองลงมา ศาสนาอิสลาม ในอัตราส่วนใกล้เคียงกันและนับถือผีสางเทวดา

6. ประชากรของทวีปแอฟริกา ส่วนใหญ่มีเชื้อสายนิกรอยด์    (ผิวดำ ผมหยิก ริมฝีปากหนา)

 

แบบทดสอบ

 

คำสั่ง    ให้เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดแล้วทำเครื่องหมายกากบาทลงในกระดาษคำตอบ

1. ข้อใดกล่าวถึงที่ตั้งของทวีปแอฟริกา ไม่ถูกต้อง

ก. ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแอตแลนติก

ข.   มีพื้นที่ในซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้เกือบเท่ากัน

ค.   เป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับทวีปยุโรป

ง.   ตั้งอยู่ใกล้กับทวีปเอเชียกับทวีปยุโรป

 

2. ภูมิภาคใดของทวีปแอฟริกามีความแห้งแล้งเป็นเขตทะเลทรายที่มีพื้นที่มากที่สุดในโลก

ก. ภาคเหนือ                       ข.   ภาคกลาง                               

ค.   ภาคใต้                        ง.   ภาคตะวันตก

 

3. ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกา มีลักษณะอย่างไร

ก. ที่ราบลุ่มแม่น้ำ           ข.   ที่ราบสูง

ค.   เทือกเขาสูง            ง.   แอ่งที่ราบกว้างใหญ่

 

4. แม่น้ำสายสำคัญที่สุดของทวีปแอฟริกา และถือเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก คือแม่น้ำสายใด

ก. แม่น้ำคองโก              ข.   แม่น้ำแซมเบซี

ค.   แม่น้ำไนล์               ง.   แม่น้ำไนเจอร์

 

5. ทวีปที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา คือทวีปใด

ก. ทวีปเอเชีย                ข.   ทวีปอเมริกาเหนือ

ค.   ทวีปอเมริกาใต้         ง.   ทวีปยุโรป

 

6. ทวีปแอฟริกามีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่เท่าไรของโลก

ก. อันดับ 1                   ข.   อันดับ 2                                         

ค.   อันดับ 3                 ง.   อันดับ 4

 

7. แม่น้ำในทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้เดินเรือได้ เป็นเพราะเหตุใด

ก. แม่น้ำไหลผ่านที่ราบ แต่มีความยาวไม่มาก ไม่สะดวก

ข. แม่น้ำไหลผ่านภูเขาสูง ทำให้ไหลเชี่ยวเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

ค. แม่น้ำไหลผ่านที่ราบสูงทำให้น้ำไหลเชี่ยว มีแก่งน้ำตกกั้นขวางลำน้ำหลายแห่ง

ง. แม่น้ำไหลผ่านที่แห้งแล้ง น้ำน้อย ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ

 

8. สิ่งใดต่อไปนี้ ไม่สัมพันธ์กับ ทวีปแอฟริกา

ก. หิมะปกคลุมยอดเขาในเขตศูนย์สูตร   

ข.   มีแม่น้ำสายยาวที่สุดในโลก

ค.   แหล่งผลิตเพชรและทองคำมากที่สุดในโลก

ง.    มีที่ราบลุ่มแม่น้ำกว้างใหญ่ที่สุดในโลก

 

9. เมื่อพิจารณาตามตำแหน่งที่ตั้งของทวีปแอฟริกา มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตภูมิอากาศแบบใดของโลก

ก. ร้อน                              ข.อบอุ่น

ค.   หนาว                          ง.   แห้งแล้ง

 

10. ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นจะพบบริเวณใดของทวีปแอฟริกา

ก. ทางตอนกลางของทวีป

ข.   ทางตะวันตกและทางใต้ของทวีป

ค.   ทางตะวันออกและทางเหนือของทวีป

ง.   ทางตอนเหนือและทางใต้ของทวีป

 

11. ประเทศใดในทวีปแอฟริกาที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

ก. อียิปต์                                       ข.   สาธารณรัฐแอฟริกาใต้

ค.   โมร๊อกโก                                 ง.   เอธิโอเปีย

 

12. ประชากรส่วนใหญ่ของทวีปแอฟริกาประกอบอาชีพอะไร

ก. เกษตรกรรม                         ข.   อุตสาหกรรม

ค.   การทำประมง                     ง.   การทำเหมืองแร่

 

13. สัตว์ชนิดใดที่เกษตรกรของทวีปแอฟริกานิยมเลี้ยงแบบเร่ร่อน

ก. แพะและแกะ                       ข.   ม้าและโคเนื้อ

ค.   อูฐและลา                         ง. โคเนื้อและแพะ

 

14. แมลงเซตซีเป็นปัญหาต่อการประกอบอาชีพใดในทวีปแอฟริกา

ก. การเพาะปลูกพืชเขตร้อน                   ข.   การเลี้ยงสัตว์เขตร้อน

ค.   การล่าสัตว์ในทะเลทราย                  ง.   การประมงน้ำเค็ม

 

15. ภาคเหนือของทะเลทรายสะฮาราปัจจุบันเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญชนิดใด

ก. แร่เหล็ก                             ข. แร่ถ่านหิน              

ค.    แร่ทองคำ                        ง. น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ

 

16. แร่ธาตุอะไรที่ทวีปแอฟริกาผลิตได้มากกว่าทวีปอื่นๆ

ก. เพชร   ทองคำ              

ข. ถ่านหิน    เหล็ก

ค. น้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ

ง. ทองแดง   สังกะสี

 

17. ประเทศใดขุดเจาะน้ำมันดิบได้ปริมาณมากที่สุดของทวีปแอฟริกา

ก. แอลจีเรีย                             ข.  สาธารณรัฐแอฟริกาใต้                       

ค.   ลิเบีย                                ง.   โมร็อกโก

 

18. ประเทศในทวีปแอฟริกาที่ผลิตเพชร ได้มากที่สุดคือประเทศใด

ก. แอลจีเรีย                             ข.   สาธารณรัฐ แอฟริกาใต้

ค.   ลิเบีย                                ง.   โมร็อกโก

 

19. ซาฟารีเกี่ยวข้องกับสิ่งใดมากที่สุด

ก. การฟื้นฟูป่าไม้และทุ่งหญ้าของทวีปแอฟริกา

ข.   การเที่ยวชมและล่าสัตว์ป่าในแอฟริกา

ค.   การเลี้ยงสัตว์ในเขตทะเลทราย

ง.   การเลี้ยงสัตว์ในเขตทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

 

20. ภูมิภาคใดของทวีปแอฟริกาที่มีประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอาหรับและนับถือศาสนาอิสลาม

ก. แอฟริกาเหนือ

ข.   แอฟริกาตะวันตก      

ค.   แอฟริกากลาง

ง.   แอฟริกาใต้

 

21. ชนพื้นเมืองเดิมของทวีปแอฟริกา ได้แก่กลุ่มใด

ก. เอสกิโม,บุชแมน         

ข.   อินเดียนแดง, เอสกิโม

ค.  ปิกมี    ,บุชแมน

ง.  อะบอริจินีส,เมารี

 

22. ประชากรของทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มเชื้อชาติใด

ก. มองโกลอยด์                      ข.   คอเคซอยด์ 

ค.   ออสตราเลเซีย                  ง.   นิกลอยด์

 

23. แหล่งอารยธรรมโบราณในทวีปแอฟริกา อยู่บริเวณใดของทวีป

ก. ลุ่มแม่น้ำไนล์ ประเทศอียิปต์

ข.   ลุ่มแม่น้ำคองโก ประเทศกาบอง

ค.   ทะเลทรายสะฮารา ประเทศแอลจีเรีย

ง.   แอฟริกาใต้

 

24. ต่อไปนี้เป็นอารยธรรมของชาวอียิปต์โบราณ ยกเว้น ข้อใด

ก. ปิระมิด                 

ข.   ตัวอักษรเฮียโรกริฟฟิก

ค.   มัมมี

ง.   การปกครองแบบประชาธิปไตย

 

25. กลุ่มภาษาใดต่อไปนี้ไม่ใช่กลุ่มภาษาที่ใช้กันในทวีปแอฟริกา

ก. กลุ่มภาษาเซมิติก

ข. กลุ่มภาษาซูดาน

ค. กลุ่มภาษาบันตู  

ง. กลุ่มภาษาเยอรมนิก

Windows Live

Europe : Presened by; Kasemsook: 23 October 2009


          

 

      ทวีปยุโรป

                                  

          ทวีปยุโรป  เป็นทวีปที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะเป็นแหล่งกำเนิดความเจริญต่าง ๆ ของมนุษย์โลก  อาทิ  เป็นแหล่งเริ่มแรกของวิทยาการสมัยใหม่  เป็นศูนย์กลางความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  การเมือง  สังคม  และวัฒนธรรม  ยุโรปเป็นทวีปที่มีขนาดเล็ก แต่ประกอบด้วยประเทศต่าง ๆ ถึง  43  ประเทศ โดยกระจายอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ 5 ภูมิภาค  คือ ยุโรปเหนือ  ยุโรปกลาง  ยุโรปตะวันตก  ยุโรปตะวันออก  และยุโรปใต้ 

          พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปล้อมรอบไปด้วยพื้นน้ำ  ยกเว้นพื้นที่ทางด้านตะวันออก  ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่  ประกอบด้วยทิวเขาสูงทางตอนเหนือ  ตอนกลาง  และตอนใต้  มีที่ราบบริเวณชายฝั่งตะวันตกพาดผ่านตอนกลาง  ตลอดไปจนถึงทางตะวันออกของทวีป  ส่วนชายฝั่งทะเลก็มีลักษณะเว้าแหว่ง  เป็นทวีปที่ประกอบด้วยประเทศที่พัฒนาแล้ว  เศรษฐกิจโดยรวมของทวีปถูกจัดอยู่ในลำดับต้น ๆ เมื่อเทียบกับทวีปอื่น

                  

          ทวีปยุโรป ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปเอเชีย ติดต่อเป็นผืนเดียวกันและอยู่ในซีกโลกเหนือทั้งหมด  ไม่มีดินแดนส่วนใดของทวีปอยู่ใต้เส้นทรอปิกออฟแคนเซอร์  บริเวณใต้สุดของทวีปอยู่ในแนวเดียวกันกับตอนกลางของประเทศจีนและตอนใต้ของญี่ปุ่น  คือ  อยู่ระหว่างละติจูด  36 องศา  1  ลิปดาเหนือ  ถึง  71  องศา  10  ลิปดาเหนือ  และระหว่างลองจิจูด  66  องศาตะวันออก  ถึง  9  องศา  30  ลิปดาตะวันตก 

                                                                                           

อาณาเขตติดต่อของทวีปยุโรป  มีดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ  ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก  น่านน้ำตอนเหนือได้แก่  ทะเลขาว  ทะเลเบเรนต์ส  ในฤดูหนาวจะมีน้ำแข็งปกคลุมทำให้ไม่สามารถออกเรือได้
ทิศตะวันออก  ติดต่อเป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับทวีปเอเชีย  โดยมีเทือกเขาอูรัล  แม่น้ำอูรัล  ทะเลแคสเปียน  ทะเลดำ  และ เทือกเขาคอเคซัส  เป็นแนวเขตแบ่งทวีป  ทำให้ดินแดนของประเทศรัสเซียและตุรกีตั้งอยู่ทั้งในทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย
ทิศใต้  ติดกับทะเลแคสเปียน  เทือกเขาคอเคซัส  ทะเลดำ  ทะเลมาร์มะรา  และ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ทิศตะวันตก  ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก  มีทะเลต่าง ๆ คือ ทะเลนอร์วีเจียน  ทะเลเหนือ  ทะเลไอริช  และ  ทะเลบอลติก  มีเกาะสำคัญได้แก่  เกาะบริเตนใหญ่  เกาะไอร์แลนด์  เกาะไอซ์แลนด์

ขนาดของทวีปยุโรป

นื้อที่ของทวีปยุโรปมีขนาด  9.94  ล้านตารางกิโลเมตร  นับเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ  4  ของโลก  และมีขนาดเล็กเป็นอันดับ  2  ของโลกรองจากทวีปออสเตรเลีย  ถ้าเปรียบเทียบกับทวีปเอเชียจะมีขนาดกว้างกว่าถึง  4.5  เท่า

 

ทวีปยุโรป  แยกพิจารณาได้เป็น  2  ส่วนดังนี้

ชายฝั่งทะเล ทวีปยุโรปมีฝั่งทะเลที่ยาวมาก  และมีลักษณะเว้าแหว่ง  ทวีปยุโรปมีคาบสมุทรขนาดใหญ่หลายแห่ง  คาบสมุทรที่สำคัญได้แก่ 
คาบสมุทรสแกนดิเนเวีย  และ  คาบสมุทรจัตแลนด์    ในยุโรปเหนือ
คาบสมุทรไอบีเรีย  คาบสมุทรอิตาลี  และ  คาบสมุทรบอลข่าน    ในยุโรปใต้
ลักษณะชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่เป็นชายหาดแคบ ๆ บางแห่งไม่มีหาดทรายเลย  และบางแห่งเป็นหน้าผาสูงชัน

                    

ภูมิประเทศ ประกอบด้วย  4  เขตใหญ่ ๆ ดังนี้
เขตเทือกเขาภาคเหนือ  พื้นที่ส่วนใหญ่ของยุโรปภาคเหนือเป็นเทือกเขา  และบางตอนเป็นที่ราบชายฝั่งทะเล  เทือกเขาภาคเหนือแถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวียเป็นเทือกเขาที่มีอายุเก่าแก่  ได้แก่
เทือกเขาเชอรอน  และ  เทือกเขาแกรมเบรียน   ในสกอตแลนด์ ฟยอร์ดที่ลึกแห่งหนึ่งในนอร์เวย์

                       
เขตที่ราบใหญ่ภาคกลาง  ภูมิประเทศของทวีปยุโรปภาคกลางเป็นที่ราบต่อเนื่องกัน  มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น  มีบทบาททางเศรษฐกิจ  และมีความสำคัญด้านเกษตรกรรมมากที่สุดของทวีปยุโรป  แม่น้ำสำคัญได้แก่
  แม่น้ำไรน์  แม่น้ำเอลเบ แม่น้ำลัวร์  และ  แม่น้ำเชน
เขตที่ราบสูงภาคกลาง ภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง  อยู่บริเวณตอนกลางของทวีปยุโรป  เชื่อมต่อระหว่างที่ราบใหญ่ภาคกลางกับเทือกเขาสูงภาคใต้ของทวีป  ได้แก่
ที่ราบสูงเมเซตา   ในคาบสมุทรไอบีเรีย
ที่ราบสูงมัสซีฟองตรัส   ในตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส
ป่าดำ   ในเขตประเทศเยอรมนี
เขตเทือกเขาสูงภาคใต้  ทวีปยุโรปภาคใต้มีเทือกเขาสูง  ซึ่งมีอายุใกล้เคียงกับเทือกเขาหิมาลัยในทวีปเอเชีย  เทือกเขาเหล่านี้เป็นเทือกเขารุ่นใหม่  ผ่านการสึกกร่อนพังทลายไม่มาก  ลักษณะของเทือกเขาสูงภาคใต้เป็นยอกเขาสูงและมีหุบเขาลึก บริเวณยอดเขามีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ปกคลุมตลอดปี  เทือกเขาที่สำคัญได้แก่

                                                 


เทือกเขาแอลป์                          เริ่มทอดตัวจากทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสไปทางเหนือของอิตาลี  ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่อ มองบลังก์   

สูง 4,807 เมตร)
เทือกเขาพิเรนีส                          กั้นพรมแดนระหว่างประเทศฝรั่งเศส  และประเทศสเปน
เทือกเขาแอเพนไนนส์                 ในประเทศอิตาลี
เทือกเขาคาร์เปเทียน                   ในประเทศเช็ก  และสโลวัก
เทือกเขาไดนาริกแอลป์                ในประเทศเซอร์เบีย  และมอนเตนิโกร               

เทือกเขาสูงภาคใต้เป็นเขตเปลือกโลกที่ยังไม่สงบดี  มีแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดเป็นครั้งคราว  ภูเขาไฟที่สำคัญได้แก่
ภูเขาไฟวิซูเวียส  ภูเขาไฟเอตนา  และ  ภูเขาไฟสตรอมโบลี   ในประเทศอิตาลี

 เทือกเขาของยุโรปภาคใต้ยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญหลายสายได้แก่              (แม่น้ำดานูบ)  
แม่น้ำไรน์  แม่น้ำเซน  แม่น้ำเอลเบ   ไหลลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติก  
แม่น้ำโรน            ไหลลงสู่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
แม่น้ำดานูบ          ไหลลงสู่ทะเลดำ
แม่น้ำโวลกา         ไหลลงสู่ทะเลแคสเปียน (เป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในทวีปยุโรป) 

 

        ลักษะภูมิอากาศ

                        

 

1. ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน อากาศอบอุ่น  อุณหภูมิปานกลาง  ฝนตกในฤดูหนาว ปริมาณฝนประมาณ 500 – 1,000 มิลลิเมตรต่อปี
พืชพรรณธรรมชาติ    เป็นป่าไม้เขตอบอุ่น  เรียกว่า “ป่าเมดิเตอร์เรเนียน” ได้แก่ ไม้โอ๊ก  และไม้พุ่มหนาม  พืชผลเป็นพืชตระกูลส้ม  องุ่น  มะนาว  มะกอก 
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  บริเวณชายฝั่งทะเลของสเปน  ชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  และอิตาลี  รวมทั้งชายฝั่งของเซอร์เบีย  และมอนเตนิโกร       

      

2. ภูมิอากาศอบอุ่นชื้น อากาศอบอุ่น  อุณหภูมิปานกลาง  ฝนตกตลอดปี ปริมาณฝนประมาณ 500 – 1,000 มิลลิเมตรต่อปี
พืชพรรณธรรมชาติ    เป็นป่าไม้เขตอบอุ่น  และทุ่งหญ้าในเขตอบอุ่น 
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ที่ราบลุ่มแม่น้ำดานูบในฮังการี  ตอนเหนือของเซอร์เบีย  และมอนเตนิโกร  และโรมาเนีย

3. ภูมิอากาศทุ่งหญ้าทะเลทราย มีฝนตกน้อย ปริมาณฝนประมาณ 250 – 500 มิลลิเมตรต่อปี
พืชพรรณธรรมชาติ    เป็นทุ่งหญ้าที่ขึ้นเบาบาง  เรียกว่า “ทุ่งหญ้าสเตปป์”  
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ตอนกลางของสเปน  ยูเครน  จอร์เจีย  และตอนใต้ของรัสเซีย

4. ภูมิอากาศภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติกเหนือ  ฤดูหนาวไม่หนาวจัด  ฝนตกชุกตลอดปี  ปริมาณฝนประมาณ 750 – 1,500 มิลลิเมตรต่อปี     
พืชพรรณธรรมชาติ              เป็นป่าไม้เขตอบอุ่นชนิดป่าไม้ผลัดใบผสมกับป่าสน
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ชายฝั่งตะวันตกของทวีป  ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของฝรั่งเศส  หมู่เกาะบริเตนใหญ่  เบลเยี่ยม  เนเธอร์แลนด์  เดนมาร์ก  ตอนเหนือของเยอรมนี  รวมทั้งตอนใต้ของนอร์เวย์  และสวีเดน

5. ภูมิอากาศชื้นภาคพื้นทวีป พื้นที่อยู่ในทวีป  จึงได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรค่อนข้างน้อย  ฤดูหนาวค่อนข้างหนาวเย็น  ปริมาณฝนประมาณ 500 – 750 มิลลิเมตรต่อปี โดยทั่วไปฝนจะตกในฤดูร้อน 
พืชพรรณธรรมชาติ                เป็นป่าไม้เขตอบอุ่น  ทั้งป่าไม้ผลดใบและป่าสนปะปนกัน  พื้นที่ที่มีฝนตกน้อยมีพืชพรรณธรรมชาติเป็นทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้   ยุโรปตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของโปแลนด์  เช็กและสโลวัก  รัสเซีย  และสาธารณรัฐเอกราชต่าง ๆ ที่แยกจากสหภาพโซเวียต

6. ภูมิอากาศแบบไทกา อากาศหนาว  ฤดูหนาวยาวนาน ปริมาณฝนประมาณ 250 – 500 มิลลิเมตรต่อปี
พืชพรรณธรรมชาติ    เป็นป่าไม้สน (ป่าไทกา) หรือป่าไม้ใบแหลม  มีใบเขียวตลอดปี 
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ตอนเหนือของฟินแลนด์  ตอนกลางของนอร์เวย์  และสวีเดน

7. ภูมิอากาศแบบทุนดรา  อากาศหนาวเย็นแบบขั้วโลก ฤดูหนาวหนาวจัด  และยาวนาน ฤดูร้อนมีระยะเวลาสั้น ๆ พืชพรรณจะเติบโตได้เพียง  1 – 2  เดือน  เดือนอื่น ๆ อุณหภูมิต่ำถึงจุดเยือกแข็ง
พืชพรรณธรรมชาติ    เป็นพืชชั้นต่ำจำพวกหญ้า  และตะไคร่น้ำที่ทนต่ออากาศหนาวเย็นได้ เช่น มอสส์  
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติกทางตอนเหนือสุดของทวีปทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  บริเวณชายฝั่งทะเลของสเปน  ชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  และอิตาลี  รวมทั้งชายฝั่งของเซอร์เบีย  และมอนเตนิโกร

8. ภูมิอากาศแบบทุนดรา  อากาศหนาวเย็นแบบขั้วโลก ฤดูหนาวหนาวจัด  และยาวนาน ฤดูร้อนมีระยะเวลาสั้น ๆ พืชพรรณจะเติบโตได้เพียง  1 – 2  เดือน  เดือนอื่น ๆ อุณหภูมิต่ำถึงจุดเยือกแข็ง                                     
พืชพรรณธรรมชาติ       เป็นพืชชั้นต่ำจำพวกหญ้า  และตะไคร่น้ำที่ทนต่ออากาศหนาวเย็นได้ เช่น มอสส์  
บริเวณที่มีภูมิอากาศประเภทนี้  ชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติกทางตอนเหนือสุดของทวีปทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  บริเวณชายฝั่งทะเลของสเปน  ชายฝั่งทะเลทางตอนใต้ของฝรั่งเศส  และอิตาลี  รวมทั้งชายฝั่งของเซอร์เบีย  และมอนเตนิโกร


ทรัพยากรธรรมชาติ

 

ทรัพยากรธรรมชาติของทวีปยุโรปค่อนข้างอุดมสมบูรณ์และมีคุณค่า  ดังนี้

ทรัพยากรป่าไม้ ป่าไม้สำคัญของยุโรป ได้แก่  ป่าไม้ผลัดใบ  และป่าสน  ได้แก่  ต้นเฟอร์  สปรูซ  ลาช  บีช  แอช  ไพน์  อยู่ทางตอนเหนือของทวีปแถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย  ในเขตประเทศฟินแลนด์  ประเทศสวีเดน  นอร์เวย์  นอกจากนั้นก็มีในแถบยุโรปตะวันออก  ในเขตประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย  ยูเครน  ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ของยุโรปมีสัดส่วนของพื้นที่ป่าไม้น้อย  เนื่องจากมีพื้นที่จำกัด  

ทรัพยากรแร่ธาตุ การที่ยุโรปมีทรัพยากรธรรมชาติกระจายอยู่ทั่วทั้งทวีป  และบางชนิดก็มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์  จึงเป็นปัจจัยหนึ่งในการพัฒนาอุตสาหกรรมให้เจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว  แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่

                                          
ถ่านหิน   แหล่งใหญ่ในเกาะบริเตนใหญ่ของสหราชอาณาจักร ตอนเหนือของฝรั่งเศสติดต่อไปถึงเบลเยี่ยม  เยอรมนี  ตอนใต้ของโปแลนด์  เขตดอนบาสของสหพันธรัฐรัสเซีย 

เหล็ก  พบกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ  และตอนกลางของอังกฤษ  แคว้นลอว์เรนของฝรั่งเศส  ตอนเหนือและตอนกลางของสวีเดน  ตอนกลางของสเปน  ยูเครน
สังกะสี  พบมากในเยอรมนี  ฝรั่งเศส  สเปน  โปแลนด์  และอิตาลี
บอกไซด์  แหล่งสำคัญอยู่ในฝรั่งเศส  สเปน  ออสเตรีย  บอสเนีย  และเฮอร์เชโกวินา  กรีซ
ทองแดง  ส่วนใหญ่จะอยู่ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย  ในเขตประเทศนอร์เวย์  สวีเดน  ทางตะวันตกของฟินแลนด์  สเปน  และยูโกสลาเวีย
            สำหรับแร่ธาตุที่มีปริมาณมากรอง ๆ ลงมา ได้แก่  แร่ใยหิน  แกรไฟต์  ตะกั่ว  เงิน  ยูเรเนียม  พลวง  โครไมต์  แมกนีเซียม  และนิกเกิล

ทรัพยากรพลังงาน นอกจากถ่านหินแล้ว  พลังงานสำคัญในยุโรปได้แก่
น้ำมันปิโตรเลียม   แหล่งสำคัญจะอยู่ในเขตทะเลเหนือเขตประเทศอังกฤษ  สกอตแลนด์  เดนมาร์ก  นอร์เวย์  ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโรมาเนีย  และสหพันธรัฐรัสเซีย

ก๊าซธรรมชาติ  ส่วนมากอยู่ในเขตยุโรปตะวันตก  ในฝรั่งเศส  เยอรมนี  อิตาลี (ทางเหนือ)  และฮังการี (ทางตะวันออก)
ไฟฟ้าพลังน้ำ   แหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำที่สำคัญของยุโรปจะอยู่ในเขตประเทศที่การอุตสาหกรรมค่อนข้างขยายตัวมาก  ได้แก่  เยอรมนี  ฝรั่งเศส  อังกฤษ  นอร์เวย์  สวีเดน  และสหพันธรัญรัสเซีย

       

  ประชากรของทวีปยูโรป

บริเวณที่ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด   ในเขตเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญ  ได้แก่ เขตที่ราบตะวันตกและภาคกลางของทวีป  บริเวณภาคเหนือของฝรั่งเศส  ภาคใต้ของอังกฤษ  เบลเยียม  เนเธอร์แลนด์  ภาคกลางของเยอรมนี  โปแลนด์  และรัสเซีย
บริเวณที่ประชากรอาศัยอยู่เบาบางที่สุด   คาบสมุทรและภาคเหนือของรัสเซีย

เชื้อชาติ ประกอบด้วย 2 เชื้อชาติ  ได้แก่
1.เชื้อชาติคอเคซอยด์   เป็นชนผิวขาวและเป็นประชากรส่วนใหญ่  แบ่งออกเป็น  4  กลุ่ม
กลุ่มนอร์ดิก  รูปร่างสูงใหญ่  ผมสีทอง  ตาสีฟ้า  กะโหลกศีรษะค่อนข้างยาว อาศัยอยู่ในนอร์เวย์  สวีเดน  และเดนมาร์ก           

บริเวณที่ประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุด   ในเขตเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่สำคัญ  ได้แก่ เขตที่ราบตะวันตกและภาคกลางของทวีป  บริเวณภาคเหนือของฝรั่งเศส  ภาคใต้ของอังกฤษ  เบลเยียม  เนเธอร์แลนด์  ภาคกลางของเยอรมนี  โปแลนด์  และรัสเซีย
บริเวณที่ประชากรอาศัยอยู่เบาบางที่สุด   คาบสมุทรและภาคเหนือของรัสเซีย 

                        

 

กลุ่มอัลไพน์  รูปร่างค่อนข้างเล็กล่ำสัน  และเตี้ย  ผมและตาสีน้ำตาล  กะโหลกศีรษะค่อนข้างกลม  อาศัยอยู่แถบเทือกเขาแอลป์ในยุโรปกลาง  และภาคใต้
 กลุ่มแอลป์และบัลติกตะวันออก  รูปร่างไม่สูงใหญ่  ตาสีฟ้า  กะโหลกศีรษะค่อนข้างกลม อาศัยอยู่ในยุโรปตะวันออก  รวมทั้งรัสเซีย
2.เชื้อชาติมองโกลอยด์   เป็นชนผิวเหลือง  อาศัยอยู่ในยุโรปตะวันออก  เช่น  ฮังการี

เศรษฐกิจของทวีปยุโรป

เกษตรกรรม

ทวีปยุโรปใช้ที่ดินทำการเกษตรอย่างหนาแน่น  ผลผลิตอยู่ในเกณฑ์สูงมากเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่มีอากาศอบอุ่น  ฤดูเพาะปลูกยาวนาน  ปริมาณฝนเพียงพอต่อการเพาะปลูกและวิชาการและเทคโนโลยีการเกษตรอันก้าวหน้า  รวมทั้งมีตลาดและมาตรการรองรับ  โดยเขตเกษตรกรรมของยุโรปแบ่งออกเป็น  5  เขต ได้แก่  

1.เขตเกษตรกรรมแบบผสม   เพาะปลูกควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ขนาดเล็ก  ปลูกข้างสาลี  ข้าวไรย์  ข้าวบาเลย์  หัวผักกาดหวาน  และเลี้ยงโคเนื้อ  โคนม  แกะ  เขตภาคตะวันตกและภาคกลางของทวีป  ในฝรั่งเศส  เยอรมนี  และสเปน

2.เขตเกษตรกรรมแบบเมดิเตอร์เรเนียน   ฝนตกน้อยและแสงแดดมาก  พืชสำคัญคือ  ส้ม  องุ่น  มะกอก  อัลมอนด์    เขตชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน  เช่น  อิตาลี  กรีซ

 

3.เขตปลูกข้าวสาลี ปลูกข้าวสาลีในไร่ขนาดใหญ่   เขตภาคกลางของฮังการี  โรมาเนีย  ยูเครน  และภาคใต้ของรัสเซีย

4.เขตทำไร่ปศุสัตว์ เลี้ยงวัว  แพะ  และแกะ  ในไร่ขนาดใหญ่   เขตชายฝั่งทะเลแคริบเบียนในเขตใต้สุดของรัสเซีย

5.เขตเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน  มีภูมิอากาศแบบทุนดรา  สัวต์เลี้ยงสำคัญคือ  กวางเรนเดียร์  เขตชายฝั่งมหาสมุทรอาร์กติกตอนเหนือของทวีป  ในประเทศฟินแลนด์  ไอซ์แลนด์

 

การทำป่าไม้ ทวีปยุโรปมีป่าไม้ไม่มากนัก  แหล่งไม้สำคัญอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบไทกาในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย  และภาคเหนือของรัสเซีย  รวมทั้งกระจายอยู่ในภาคกลางและภาคใต้ของทวีป  ป่าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ  ได้แก่  ป่าสน  ซึ่งเป้นไม้เนื้ออ่อนสำหรับผลิตกระดาษ 

 

การประมง ชายฝั่งของทวีปยุโรปยาวและเว้าแหว่งมาก  เหมาะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ  และยังมีกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติกเหนือไหลเลียบชายฝั่งประเทศฝรั่งเศสขึ้นไปถึงชายฝั่งประเทศนอร์เวย์  ทำให้น้ำไม่เป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว  น่านน้ำของทวีปยุโรปจึงมีปลาอุดมสมบูรณ์ตลอดปี  แหล่งประมงสำคัญได้แก่  น่านน้ำทะเลเหนือ  เรียกว่า “ดอกเกอร์แบงก์” ทะเลนอร์วีเจียน  และเกาะไอซ์แลนด์  ประเทศประมงชั้นนำ  ได้แก่  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  เนเธอร์แลนด์  เดนมาร์ก  นอร์เวย์  และไอซ์แลนด์ 

 

การทำเหมืองแร่ แร่สำคัญ  ได้แก่  ถ่านหินและเหล็ก  แหล่งถ่านหินอยู่ในภาคเหนือของฝรั่งเศส  ภาคกลางของเบลเยียม

ลุ่มแม่น้ำรูห์ของเยอรมนี  ภาคใต้ของโปแลนด์และรัสเซีย  แหล่งแร่เหล็กอยู่ในภาคเหนือและภาคกลางของสวีเดน  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส  และภาคใต้ของรัสเซีย

 

การอุตสาหกรรม ประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ  ได้แก่  สหราชอาณาจักร  ฝรั่งเศส  เยอรมนี  เบลเยียม  สวีเดน  ล้วนมีรายได้จากอุตสาหกรรมมากกว่า  1  ใน  3  ของรายได้ทั้งหมด  ในอดีตแหล่งอุตสาหกรรมรวมตัวกันบริเวณแหล่งถ่านหินและแหล่งแร่เหล็ก  ปัจจุบันกระจายตัวกว้างขวางขึ้น  เช่น  พื้นที่ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ  พื้นที่ในเมืองใหญ่ ๆ ที่มีการคมนาคมสะดวก  อุตสาหกรรมสำคัญ  ได้แก่  ถลุงเหล็ก  ผลิตเหล็กกล้า  ผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง  ผลิตเคมีภัณฑ์  ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า  และอิเลคทรอนิกส์

 

                                                                                                            

 

Presented  by  kasemsook Iranee:  23 Oct.2009

 

South America;Presented by kasemsook.


                                                                                                              

ทวีปอเมริกาใต้(SoutAmarica)

                  

               ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทางซีกโลกใต้   เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติหลายชนิด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง มีที่ราบเฉพาะเขตชายฝั่งและลุ่มแม่น้ำ  ภูมิอากาศมีทั้งเขตร้อนและเขตอบอุ่น   ซึ่งเหมาะแก่การดำรงชีวิต  จึงเป็นทวีปที่มีประชากรอาศัยอยู่มากแห่งหนึ่งของโลก   แต่เนื่องจากความแตกต่างทางด้านสังคม การเมือง และปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของประชากร   ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ยังไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ทั้งๆที่อยู่ใกล้ชิดติดต่อกับทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นทวีปที่พัฒนาและเจริญก้าวหน้ามากในทุกๆด้าน


              ทวีปอเมริกใต้ เป็นทวีปที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทางซีกโลกใต้  โดยมีเส้นศูนย์สูตรและเส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์นลากผ่าน ซึ่งแสดงว่าทวีปอเมริกาใต้มีลักษณะภูมิอากาศทั้งเขตร้อนและเขตอบอุ่น   ทวีปอเมริกาใต้เป็นที่ทวีปที่มีความแตกต่างกันทางด้านกายภาพมากแห่งหนึ่งของโลก  กล่าวคือ  เป็นดินแดนที่มีระบบภูเขาซึ่งมีแนวต่อเนื่องกันยาวที่สุดในโลก  และมีที่ราบลุ่มแม่น้ำที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นที่กว้างขวางที่สุดในโลก ขณะที่ดินแดนบางส่วนของทวีปนี้มีอากาศแห้งแล้งมาก นอกจากนี้ประชากรในทวีปอเมริกาใต้ ยังมีความหลากหลายในด้านเชื้อชาติและการดำเนินชีวิต  คือ  มีทั้งชาวอินเดียน   ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมชาวสเปนและโปรตุเกสซึ่งเป็นพวกผิวขาว พวกผิวดำชาวแอฟริกา พวกผิดเหลืองชาวเอเชีย  ซึ่งเป็นผู้อพยพเข้ามาอยู่ใหม่ และพวกเมติโซซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์เลือดผสม ส่วนวิถีการดำเนินชีวิต มีตั้งแต่สภาพความเป็นอยู่ตามธรรมชาติแบบเก่าแก่ดั้งเดิม จนกระทั่งการมีชีวิตที่ทันสมัยแบบชาวเมืองยุโรป

                        

             ลักษณะทางกายภาพ

                                                                                                                                         
1.ที่ตั้ง

ทวีปอเมริกาใต้ตั้งอยู่ระหว่างละติจูดประมาณ 12-56 องศาใต้ และลองจิจูดประมาณ 34-81  องศาตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ทางซีกโลกใต้ มีพื้นที่ส่วนน้อยที่อยู่ทางซีกโลกเหนือ

2.อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับทวีปอเมริกาเหนือ ทะเลแคริบเบียน และมหาสมุทรแอตแลนติก  เกาะที่สำคัญทางตอนเหนือของทวีป ได้แก่ เกาะตรินิแดด เกาะโตเบโก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับมหาสมุทรแอตแลนติก
ทิศใต้ ติดต่อกับช่องแคบเดรค (Drake Passage) ซึ่งเป็นน่านน้ำที่คั่นทวีปอเมริกาใต้กับทวีปแอนตาร์กติกา  เกาะใหญ่ทางใต้สุด คือ เกาะเตียร์ราเดลฟิวโก (Tierra del Fuego) โดยมีช่องแคบแมกเจลแลนด์คั่นกับแผ่นดินใหญ่ เกาะฟอล์กแลนด์ของอังกฤษ ซึ่งเป็นเกาะที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก และคลองปานามา เกาะสำคัญทางตะวันตก ได้แก่ หมู่เกาะกาลาปากอส

3.ขนาด
ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ประมาณ 17,819,647 ตารางกิโลเมตร เป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่  4 ของโลกรองจากทวีปเอเชีย แอฟริกาและอเมริกาเหนือ  มีความยาววัดจากทิศเหนือสุดถึงทิศใต้สุดได้ประมาณ 7,360 กิโลเมตร และมีความกว้างที่สุดวัดจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกได้ประมาณ 5,180 กิโลเมตร
ทวีปอเมริกาใต้มีรูปร่างคล้ายคลึงกับทวีปอเมริกาเหนือ คือ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีฐานกว้างอยู่ทางทิศเหนือ และมียอดแหลมอยู่ทางทิศใต้

                                                             

 

ทวีปอเมริกาใต้ ประกอบด้วยประเทศต่างๆ  ดังนี้

1.เฟรนช์เกียนา
2.ซูรินาเม
3.กายอานา                                      
4.หมู่เกาะฟอล์กแลนด์                                                  
5.อุรุกวัย
6.ชิลี
7.เอกวาดอร์                                    
8.ปารากวัย
9.โบลิเวีย

10.เวเนซุเอลา
11.โคลัมเบีย
12.บราซิล
13.เปรู                                           
14.อาร์เจนตินา
1.กาเยน
2.ปารามาเรีย
3.จอร์จทาวน์
4.สแตนลีย์ (อังกฤษ)
5.มอนเตวิเดโอ
6.ซานติอาโก
7.กีโต
8.อะซุนซิโอน
9.ลาปาซ
10.คารากัส
11.โบโกตา
12.บราซิเนีย
13.ลิมา
14.บูเอโนสไอเรส                                         

 

                                                                   

ลักษณะภูมิอากาศของทวีปอเมริกาใต้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้

      

1.ที่ตั้ง                               

              พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตละติจูดต่ำ ดังนั้นเกือบทุกประเทศอยู่ในเขตร้อน ยกเว้น อุรุกวัย  อาร์เจนตินา ชิลีที่อยู่ในเขตละติจูกลาง หรืออยู่ในเขตอบอุ่น

2.ลักษณะภูมิประเทศ

                  

               มีเทือกเขาแอนดีสวางตัวอยู่แนวเหนือ-ใต้ขนานกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก  จึงเป็นกำแพงขวางกั้นความชื้นและลมประจำที่พัดจากทะเล   ทำให้ดินแดนภายในทวีปบางบริเวณมีอากาศแห้งแล้ง เป็นเขตทุ่งหญ้าและทะเลทราย ประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตละติจูดต่ำมีอากาศร้อน ยกเว้นบริเวณเทือกเขาและที่ราบสูงจะมีอุณหภูมิลดลงจะมีอากาศอบอุ่น เช่น โบโกตา เมืองหลวงของประเทศโคลัมเบีย ลาปาซ เมืองหลวงของประเทศโบลิเวีย

3.ลมประจำ

 

พื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกาใต้อยู่ในเขตลมสงบบริเวณศูนย์สูตร และเขตอิทธิพลของลมสินค้าตะวันออกเฉียงเหนือและลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ชายฝั่งตะวันออกของทวีปมีฝนตกชุก  แต่ลมนี้ไม่ได้นำความชื้นเข้าสู่พื้นที่ภายในทวีป

4.กระแสน้ำ กระแสน้ำเย็นเวสต์วินด์  ไหลมาจากแถบขั้วโลกผ่านเลียบชายฝั่งตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ คือ ชายฝั่งทะเลของประเทศชิลีและเปรูเรียกว่า กระแสน้ำเย็นฮัมโบลต์ หรือกระแสน้ำเย็นเปรู ทำให้ชายฝั่งด้านนี้ในฤดูร้อนไม่ร้อนมากนัก ทางด้านตะวันออกมีกระแสน้ำอุ่นบราซิลและกระแสน้ำเย็นฟอล์กแลนด์ไหลผ่าน

 

ลักษณะภูมิอากาศของอเมริกาใต้ แบ่งออกเป็น 8 เขต

                  

1.เขตภูมิอากาศแบบป่าดิบชื้น (Tropical Rainforest Climate)                  

ป็นเขตที่มีอากาศร้อนและชุ่มชื้นตลอดปีพบในบริเวณเขตศูนย์สูตรแถบลุ่มแม่น้ำแอมะซอนและชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิลพืชพรรณธรรมชาติ เป็น ป่าดิบ เรียกว่า ป่าเซลวาส (Selvas)


2.เขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าเมืองร้อนหรือสะวันนา  (Savanan Climate) 

เป็นเขตที่มีอากาศร้อนตลอดปี มีฤดูแล้งสลับกับฤดูฝนพบในบริเวณลุ่มแม่น้ำโอริโนโคในประเทศโคลัมเบียและเวเนซุเอลา ที่ราบสูงกิอานาในประเทศเวเนซุเอลา ที่ราบสูงบราซิล พืชพรรณธรรมชาติ เป็น ทุ่งหญ้าและป่าโปร่งทุ่งหญ้าในเขตลุ่มแม่น้ำโอริโนโคและที่ราบสูงกิอานา เรียกว่า ทุ่งหญ้ายาโนส (Llanos) ทุ่งหญ้าในเขตประเทศบราซิล เรียกว่า ทุ่งหญ้าแคมโปส ทุ่งหญ้าทางตอนใต้ของบราซิล ปารากวัยและตอนเหนือของอาร์เจนตินา เรียกว่า ทุ่งหญ้ากรันชาโก

 

3.เขตภูมิอากาศแบบทะเลทราย (Desert Climate)            

มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยน้อยกว่า 10 นิ้วต่อปี  ได้แก่ ทะเลทรายอะตากามา ทางชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกในเขตประเทศเปรู และตอนเหนือของชีลี และทะเลทรายในเขตที่ราบสูงปาตาโกเนียทางตะวันออกของเทือกเขาแอนดีสในเขตประเทศอาร์เจนตินา

4.เขตภูมิอากาศแบบกึ่งทะเลทราย (Steppe Climate) 

ซึ่งอยู่ระหว่างเขตทะเลทรายกับเขตอบอุ่น  มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยน้อยกว่า 15 นิ้วต่อปี พบบริเวณตะวันออกของอาร์เจนตินาถึงที่ราบสูงปาตาโกเนียทางตอนใต้ พืชพรรณธรรมชาติ ทุ่งหญ้าสั้นๆ หรือทุ่งหญ้าสเตปป์

5.เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Climate) มีอากาศร้อนแห้งแล้งในฤดูร้อน และมีอากาศอบอุ่นฝนตกในฤดูหนาวพบบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางของชิลี พืชพรรณธรรมชาติ ไม้พุ่มมีหนาม ใบแหลมเรียวเล็ก เป็นมันเปลือกหนา เพื่อป้องกันการคายน้ำในฤดูร้อน

6.เขตภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้น (Humid Subtropical Climate) มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้น ปริมาณน้ำฝนปานกลาง ประมาณ 750-1,500 มิลลิเมตรต่อปี  ได้รับอิทธิพลจากลมประจำที่พัดผ่านน่านน้ำนำกระแสน้ำอุ่นเข้าสู่ฝั่ง พบบริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีป พืชพรรณธรรมชาติ  เป็นป่าผลัดใบ และบริเวณภายในมีปริมาณน้ำฝนน้อยลง  พืชพรรณเป็นทุ่งหญ้ายาวเรียกว่า ทุ่งหญ้าปามปัส (Pampas) มีความสำคัญทางการเกษตรของประเทศปารากวัย อุรุกวัยและอาร์เจนตินา

7.เขตภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก (Marine Westcoast Climate)  มีอากาศอบอุ่นชุ่มชื้นตลอดปี เพราะได้รับอิทธิพลจากลมประจำตะวันตก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 5,000 มิลลิเมตรต่อปี พบบริเวณทางตอนใต้ของเขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนในประเทศชีลี พืชพรรณธรรมชาติ ป่าผลัดใบกับป่าสน

8.เขตภูมิอากาศแบบภูเขาสูง มีอากาศเปลี่ยนแปลงไปตามความสูงของพื้นที่พบบริเวณแถบเทือกเขาแอนดีส

 

อาชีพและทรัพยากรธรรมชาติ

1.การเพาะปลูก ที่สำคัญได้แก่
– กาแฟ  ประเทศที่ผลิตกาแฟในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ บราซิล โคลัมเบีย เอกวาดอร์  โดยเฉพาะบราซิล เป็นประเทศที่ส่งกาแฟออกจำหน่ายมากร้อยละ 50 ของโลก
– โกโก้ ได้จากเมล็ดกาเกา ใช้ทำช็อกโกเลต เครื่องดื่ม และขนมหวาน เป็นพืชพื้นเมืองของอเมริกาใต้ ประเทศที่ผลิตได้มาก คือ บราซิลและเอกวาดอร์
– ข้าวโพด  เป็นพืชที่ปลูกมากและส่งออกของประเทศบราซิล รองลงมาได้แก่  อาร์เจนตินา  เวเนซุเอลา เปรูและโคลัมเบีย
– ข้าวสาลี ประเทศที่ผลิตได้มาก คือ อาร์เจนตินา บราซิล ชีลี
– อ้อย ปลูกมากในประเทศบราซิล
– กล้วย ปลูกมากในประเทศเอกวาดอร์
– ฝ้าย ปลูกมากในประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา

2.การเลี้ยวสัตว์
ทวีปอเมริกาใต้เป็นทวีปที่มีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์  ได้แก่ ทุ่งหญ้ายาโนส  ทุ่งหญ้าแคมโปสและทุ่งหญ้ากรันชาโก ส่วนทุ่งหญ้าปามปัสอยู่ในเขตประเทศอาร์เจนตินา อุรุกวัยและตอนใต้ของบราซิล สัตว์เลี้ยงที่สำคัญได้แก่
– โคเนื้อ ประเทศที่เลี้ยงโคเนื้อมาก คือ อาร์เจนตินา อุรุกวัย และบราซิล
– แกะ ประเทศที่เลี้ยงมากคือ อุรุกวัย เลี้ยงมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากออสเตรเลีย
– สุกร ประเทศที่เลี้ยงมาก คือ เปรู บราซิล

3.ป่าไม้และผลผลิตจากไม้
แหล่งป่าไม้เนื้อแข็งที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์และกว้างขวาง  คือ  ป่าเซลวาสในบริเวณแม่น้ำแอมะซอน แต่มีการนำมาใช้น้อย เพราะการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกควินิน (Quinine) ใช้ทำเป็นยาป้องกันโรคมาลาเรีย ได้จากต้นซิงโคนา ยูคาลิปตอล (Eucalyptol) จากต้นยูคาลิปตัส ใช้เป็นส่วนผสมของยาแก้ไอ ยางพารา เป็นพืชดั้งเดิมของอเมริกาใต้ ยางไม้ (Chicle) ใช้ทำหมากฝรั่ง ยางบาลาตา (Balata) ใช้หุ้มสายเคเบิลใต้น้ำ และหุ้มลูกกอล์ฟ ฝาด (Tannin) ใช้ฟอกหนัง บราซิลนัด (Brazil nut) ใช้เป็นอาหาร ประเทศที่ผลผลิตไม้และผลผลิตจากป่าไม้ที่สำคัญ คือ บราซิล โคลัมเบีย และเปรู

 

4.การประมง
บริเวณทางชายฝั่งตะวันตกด้านมหาสมุทรแปซิฟิก  บริเวณประเทศเปรูและชิลี  เป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมแห่งหนึ่งของโลก  เพราะเป็นบริเวณที่กระแสน้ำเย็นเปรูหรือกระแสน้ำเย็นฮัมโบลต์กับกระแสน้ำอุ่นใต้เส้นศูนย์สูตรไหลบรรจบกัน

5.การทำเหมืองแร่ อเมริกาใต้มีแร่ธาตุทีสำคัญหลายชนิด ได้แก่
                    – ทองแดง ประเทศที่ผลิตทองแดงได้เป็นอันดับ 1 ของโลก คือ ประเทศชิลี  อยู่ในแคว้นชูคีตมาตานอกจากนี้ยังมีประเทศเปรูและ บราซิล
                    – เหล็ก ประเทศที่ผลิตได้มากเป็นอันดับ 2 ของโลก คือ บราซิล  นอกจากนี้ยังประเทศเวเนซุเอลาโบลีเวียและชีลี
                    – ดีบุก ประเทศที่ผลิตได้มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากมาเลเซีย คือ โบลีเวีย  อยู่ในเขตที่ราบสูงอัลติพลาโน
                    – สังกะสี ผลิตได้มากในประเทศเปรู อาร์เจนตินา บราซิล
                    –  ทองคำ ประเทศที่ผลิตได้มาก คือ ประเทศบราซิล
                    – น้ำมันปิโตรเลียม  ประเทศที่ผลิตได้มาก คือ เวเนซุเอลา อยู่บริเวณรอบๆ  ทะเลสาบมาราไคโบ นอกจากนี้ยังมีในประเทศ บราซิล เอกวาดอร์ โบลิเวีย แต่มีปริมาณไม่มาก
6.การอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมในทวีปอเมริกาใต้ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเบา  เป็นแปรผลผลิตทางการเกษตร   เช่น การผลิตน้ำตาล  อาหารกระป๋อง ประเทศที่มีอุตสาหกรรมเจริญก้าวหน้าและมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  ได้แก่ บราซิลและอาร์เจนตินา เช่น การผลิตเหล็กและเหล็กกล้า การกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี การผลิตรถยนต์ และอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อยู่ในเขตเมืองใหญ่หรือเมืองหลวง เช่น เซาเปาโล ริโอเดจาเนโร  บูเอโนสไอเรสฯลฯ

7.การค้าขาย สินค้าออก ส่วนใหญ่ของประเทศต่างๆในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ วัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตร  ที่สำคัญคือ กาแฟ เนื้อสัตว์ ข้าวโพด กล้วย โกโก้ ฝ้าย น้ำมัน สินแร่เหล็กและทองแดง สินค้าเข้า ส่วนใหญ่เป็นเครื่องจักรและเครื่องยนต์สำหรบการเกษตร ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์และสิ่งทอ ในการค้ากับต่างประเทศเกือบทุกประเทศเสียดุลการค้าตลอดมา ยกเว้นประเทศบราซิล  เพราะเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ  และมีการพัฒนาอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท  จนมีผลผลิตส่งเป็นสินค้าออก ส่วนเวเนซุเอลา เป็นประเทศที่ส่งน้ำมันดิบเป็นสินค้าออกรายใหญ่รายหนึ่งของโลก ประเทศคู่การค้าสำคัญของประเทศต่างๆในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักรและประเทศในทวีปอเมริกาใต้ด้วยกัน

8.การคมนาคมขนส่ง    (รูปซ้ายมือการขนส่งประเทศบราซิล)    (แม่น้ำริโอ เดอ จาแนโร) (สะพานเจเค)
แม้ทวีปอเมริกาใต้จะมีอาณาเขตติดต่อเป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับทวีปอเมริกาเหนือ  แต่ระบบการคมนาคมขนส่งในทวีปยังหล้าหลังอยู่มาก  และกระจายไม่ทั่วถึงทุกส่วนของทวีป  เพราะประเทศส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจนและด้อยพัฒนา  ประกอบกับการมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมขนส่งอยู่ทุกภูมิภาค กล่าวคือ มีภูเขาสูงที่ทุรกันดาร มีภูมิอากาศแห้งแล้งเป็นทะเลทราย บริเวณที่มีการคมนาคมขนส่งสะดวกจึงกระจายอยู่เป็นหย่อมๆ ในเขตที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ มีสภาพ ภูมิอากาศที่ไม่ร้อนหรือแห้งแล้งเกินไป ประกอบด้วย

1.ทางบก ประกอบด้วย

1.1 ทางรถยนต์ ทวีปอเมริกาใต้มีถนนสายหลักที่ใช้ติดต่อเชื่อมประเทศต่างๆ คือ  ทางหลวงสายแพนอเมริกัน (Pan-American Highway)  เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อจากประเทศสหรัฐอเมริกาลงมาถึงตอนใต้ของประเทศชีลี โดยมีเส้นทางตัดเชื่อมไปยังเมืองหลวงของประเทศต่างๆกว่า 17 เมือง  ส่วนประเทศที่มีการพัฒนาเส้นทางรถยนต์อยู่ในระดับดี ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล และชีลี
1.2ทางรถไฟ ทางรถไฟในทวีปอเมริกาใต้ส่วนใหญ่เป็นสายสั้นๆ เชื่อมเมืองใหญ่หรือเมืองท่าระหว่างชายฝั่งกับที่ราบภาคใต้ ประเทศที่มีการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งทางรถไฟได้เจริญก้าวหน้ามาก ได้แก่ บราซิล อาร์เจนตินา เมืองที่เป็นศูนย์กลางทางรถไฟในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ ริโอเดจาเนโร เซาเปาลู  ในประเทศบราซิล เมืองมอนเตวิเดโอในประเทศอุรุกวัย บูเอโนสไอเรส ในประเทศอาร์เจนตินา
1.3 ทางน้ำ ทางแม่น้ำลำคลอง ที่ใช้ในการคมนาคมขนส่งได้ดี คือ แม่น้ำปารานา ซึ่งสามารถเดินเรือเชื่อติดต่อระหว่างเมืองบูเอโนสไอเรสในประเทศอาร์เจนตินากับเมืองต่างๆ  ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ  แม่น้ำแอมะซอนแม้จะกว้างและลึกพอที่จะให้เรือเดินทะเลขนาดใหญ่แล่นเข้าไปได้ภายในทวีปได้ไกลถึงเมืองมาเนาส์   ซึ่งอยู่ห่างจากปากแม่น้ำประมาณ  1,600 กิโลเมตร  แต่ก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์มากนัก  เพราะในเขตลุ่มแม่น้ำนี้มีประชากรอาศัยอยู่เบาบางมาก และมีความสำคัญทางเศรษฐกิจน้อย

2.ทางทะเล  ทวีปอเมริกาใต้สามารถใช้เรือเดินสมุทร  ติดต่อกับทวีปอเมริกาเหนือและทวีปยุโรปได้สะดวก โดยอาศัยเมืองท่าด้านชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เช่น เมืองเบแลง เรซิเฟ ริโอเดจาเนโร  ในประเทศบราซิล เมืองมอนเดวิเดโอ ในประเทศอุรุกวัย เมืองบูเอโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา และเมืองคารากัส ในประเทศเวเนซุเอลา ส่วนเมืองท่าทางด้านชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ได้แก่ เมืองคายาโอ  ในประเทศเปรู เมืองวัลพาไรโซ ประเทศชิลี
3.ทางอากาศ ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ ภูเขาสูงและทะเลทราย  ประกอบแหล่งที่มีประชากรหนาแน่นอยู่ห่างไกลกัน  การคมนาคมขนส่งทางอากาศจึงมีความสำคัญมาก  ทุกประเทศพยายามพัฒนาการขนส่งทางอากาศให้ทั่วถึง ประเทศที่มีการคมนาคมขนส่งทางอากาศมาก ได้แก่ ประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา  มีท่าอากาศยานภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ทันสมัยอยู่หลายแห่ง เพราะเป็นประเทศที่มีภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างดี

 

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

     

           อเมริกาใต้เป็นแหล่งอารยธรรมดั้งเดิมของชาวอินเดียนเผ่าอินคา เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ของประเทศเอกวาดอร์ เปรู โบลิเวียและทางตอนเหนือของประเทศชีลิในปัจจุบัน อาณาจักรนี้มีความเจริญสูงสุดประมาณตอนกลางของพุทธศตวรรษที่ 20  สิ่งที่แสดงถึงอารยธรรมของพวกอินคา ได้แก่ การนำหินมาปูถนน การทำสะพานแขวนด้วยเชือกเพื่อทอดข้ามลำธาร แม่น้ำและหุบเขาแคบๆ การสกัดหินภูเขาออกมาเป็นแท่งๆ เพื่อนำไปก่อสร้างที่อยู่อาศัย การปรับพื้นที่เนินเขาให้เป็นขั้นบันไดเพื่อใช้เพาะปลูกการขุดคลองเพื่อส่งน้ำเพื่อการเกษตร ใน พ.ศ.2075 อาณาจักรอินคาต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสเปน สเปนจึงมีอำนาจปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์นี้ การที่สเปนเข้ามามีอิทธิพลในทวีปอเมริกาใต้ ทำให้มีคำเล่าลือว่าทวีปอเมริกาใต้เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทองคำ เงินและโลหะอื่นๆ ซึ่งเป็นดึงดูดใจให้ผู้คนในประเทศสเปนและโปรตุเกส  พากันเดินทางเข้ามาแสวงโชคลาภในทวีปนี้มากขึ้น ดังนั้นทุกภูมิภาคในทวีปนอเมริกาใต้จึงตกเป็นอาณานิคมของสเปน ยกเว้นบราซิลเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ปลายพุทธศตวรรษที่ 25 ชาวอาณานิคมได้ต่อสู้จนได้รับเอกราช และได้สถาปนาเป็นประเทศเอกราชเกือบทั้งหมด ยกเว้นเฟรนซ์เกียนาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศสและเกาะฟอล์กแลนด์เป็นดินแดนในปกครองของอังกฤษ

 

ลักษณะทางด้านประชากร

            

1.เชื้อชาติ

   ประกอบด้วยกลุ่มชน 3 กลุ่ม

   คือ กลุ่มชาวอินเดียน กลุ่มชาวผิวขาวและกลุ่มชาวผิวดำ
1.1 กลุ่มอินเดียน เป็นชนเผ่าดั้งเดิม  ที่สร้างสรรค์อารยธรรมในทวีปอเมริกาใต้เมื่อประมาณ 5,000 ปี ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแถบที่สูงของเทือกเขาแอนดีส และบางส่วนอาศัยอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแอมะซอนและชายฝั่งทะเลแคริบแบียน  เมื่อชาวผิวขาวได้เข้ามามีอิทธิพลในทวีปอเมริกาใต้ก็บังคับให้ชาวอินเดียนทำงานในไร่นาและเหมืองแร่ของตน ต่อมามีผู้หญิงอินเดียจำนวนมากได้แต่งงานกับคนผิวขาว ทำให้มีลูกเลือดผสมเรียกว่า เมสติโซ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้ ส่วนชาวอินเดียเลือดบริสุทธิ์ปัจจุบันมีอยู่จำนวนน้อยในบางประเทศ เช่น เปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ บราซิล
1.2 กลุ่มผิวขาว ซึ่งอพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่งเมื่อประมาณ พ.ศ.2400 ได้แก่ ชาวสเปน โปรตุเกส  อิตาลี เยอรมัน และโปแลนด์ ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวญี่ปุ่น  เป็นพวกผิวเหลืองได้อพยพเข้าสู่ทวีปอเมริกาใต้เป็นจำนวนมาก          
1.3 กลุ่มผิวดำ  จากทวีปแอฟริกาได้อพยพเข้าในฐานะใช้แรงงานในไร่นาและเหมืองแร่ของพวกผิวขาวในประเทศบราซิลและโคลัมเบีย ต่อมาคนผิวดำได้แต่งงานกับคนผิวขาว  และมีลูกเลือดผสมเรียกว่า มูแลตโต ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศบราซิลและโคลัมเบีย


2.ภาษา                                                                                              

ประเทศต่างๆในทวีปอเมริกาใต้ ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ ยกเว้นประเทศบราซิลใช้ภาษาโปรตุเกส ประเทศกายอานา ใช้ภาษาอังกฤษ เฟรนซ์เกียนา ใช้ภาษาฝรั่งเศส และซูรินาเม  ใช้ภาษาดัตช์

3.ศาสนา  ประชากรร้อยละ 90 ของทวีปอเมริกาใต้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก  ที่ชาวสเปนและโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามาเผยแผ่ ส่วนนิกายโปรเตสแตนต์มีผู้นับถือน้อย

4.การศึกษา ประเทศที่มีการศึกษาพัฒนามากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่ อาร์เจนตินา ชีลี  กายอานา  อุรุกวัย และซูรินาเม ประชากรของประเทศเหล่านี้มีอัตราการอ่านเขียนได้สูง  เพราะเป็นประเทศมี่มีเศรษฐกิจค่อนข้างดี จึงสามารถจัดการศึกษาบังคับแบบให้เปล่าได้ทั่วถึง ส่วนประเทศอื่นๆ มีประชากรอ่านออกเขียนได้ยู่ในอัตราที่ต่ำกว่านี้

                                                                    ( ภาคล่าง:ประเทศเวเนซูเอลาเป็นประเทศที่มีสุภาพสตรีสวยที่สุดในโลก)

5.การกระจายและความหนาแน่นของประชากร                             
ทวีปอเมริกาใต้มีประชากรทั้งหมด 331 ล้านคน (พ.ศ.2541) เฉลี่ยความหนาแน่นของประชากร 18.6 คนต่อตารางกิโลเมตร จัดเป็นทวีปที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง
บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง
– บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแอมะซอน ซึ่งเป็นเขตป่าดิบที่มีการคมนาคมติดต่อกันได้ยากลำบาก มีอุทกภัยเกิดขึ้นเสมอและมีสัตว์ป่าที่เป็นอันตรายและโรคภัยไข้เจ็บชุกชุม
– บริเวณที่ราบสูงทั้งในเขตร้อนและอบอุ่น มีอากาศแห้งแล้งเป็นทะเลทราย หรือทุ่งหญ้าเขตร้อนมีดินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ บริเวณที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น เป็นบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเหมาะแก่การดำเนินชีวิต  มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์และมีการคมนาคมขนส่งสะดวก ได้แก่
– บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกตั้งแต่ปากแม่น้ำแอมะซอนจนถึงปากอ่าวริโอเดอลาพลาตา
– เขตที่ราบสูงของเทือกเขาแอนดีสในประเทศโคลัมเบีย เอกวาดอร์ และเปรู
– เขตเมืองหลวงและเมืองใหญ่ของประเทศต่างๆในทวีปอเมริกาใต้

 

Presented  by: kasemsook  Iranee;  Songkla/Thailand; 23 October  2009

 

                                  

North America ; Presented /Developed by kasemsook; 24 March 2012


                                                                                             
ที่ตั้ง ขนาด และอาณาเขต
1.ที่ตั้ง 
 
        ทวีป อเมริกาเหนืออยู่ระหว่างทวีปยุโรป
กับทวีปเอเชีย  โดยมีมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติกกั้นระหว่างทวีปทั้งสาม  ดินแดนทั้งหมดของทวีปอเมริกาเหนืออยู่ในซีกโลกเหนือ ทั้งหมด ระหว่างละติจูด 7 องศาเหนือถึง 84 องศาเหนือ และลองจิจูด 53 องศาตะวันตกถึง 167 องศาตะวันตก  เป็นทวีปใหญ่อันดับ 3 ของโลก  ประกอบด้วยประเทศแคนาดา  สหรัฐอเมริกา  เม็กซิโก ประเทศในอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดิสตะวันตก
2. อาณาเขตของทวีปอเมริกาเหนือ
 
        – ทิศเหนือ ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก
        – ทิศใต้  ติดกับทวีปอเมริกาใต้  บริเวณคอคอดปานามา
        – ทิศตะวันออก  ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก และทะเลแคริบเบียน
        – ทิศตะวันตก  ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
3.ลักษณะทั่วไปของทวีปอเมริกาเหนือ
 
    3.1 รูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม
        กว้างสุด  -ช่องแคบแบริ่ง ถึง เกาะนิวฟันแลนด์
        แคบสุด   -คอคอดปานามา
        ยาวสุด    -คาบสมุทรบูเธีย ถึงคอคอดปานามา
    3.2  ดินแดนของของสหรัฐอเมริกาที่ไม่เป็นผืนเดียวกับแผ่นดินใหญ่ คือ อลาสกา และฮาวาย
    3.3  หมู่เกาะอินดิสตะวันตกในทะเลแคริบเบียน  ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ
           1. หมู่เกาะบาฮามาร์  เกิดจากแนวปะการัง  อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐฟลอริดา
           2. หมู่เกาะแอนติลลิสใหญ่ มี 4 เกาะ คือ คิวบา  ฮิสแปนิโอล่า  จาไมก้า และเปอร์โตริโก
           3. หมู่เกาะแอนติลลิสใหญ่  มีหมู่เกาะเวอร์จิน  หมู่เกาะบาร์เบโดส เกาะตรินิแดด เกาะโตเบโก
 
4.  ลักษณะภูมิประเทศของทวีปอเมริกาเหนือ  แบ่งได้ดังนี้
 
           4.1 เขตเทือกเขาสูงทางภาคตะวันตก  ประกอบด้วย เทือกเขาสูงและที่ราบสูง เช่น บริติชโคลัมเบีย  โคโรลาโด  เกรตเบซิน  เม็กซิโก  ได้แก่
                 – เทือกเขาอลาสกา มียอดสูงสุดของทวีป คือ ยอดแมคคินลีย์
                 – เทือกเขาร็อกกี้   ยอดสูงสุดคือ  เอลเบิร์ตดิน และมีอุทยาน แห่งชาติเยลโลสโตน อยู่ทางตะวันตกในสหรัฐ-แคนาดา
                 – เทือกเขาแคสเกต   เป็นแนวยาวด้านชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
                 – เทือกเขาเซียราเนวาดา
                 – เทือกเขาเซียรามาเดร  ในเม็กซิโก
                 ยังเป็นแนวภูเขาไฟ  แผ่นดินไหวในเม็กซิโกและอเมริกากลาง
 
           4.2  เขต ที่ราบภาคกลาง  แบ่งเป็นเขตย่อย  ดังนี้
                 – ที่ราบรอบอ่าวฮัดสัน  ลุ่มแม่น้ำแมกเคนซี  อากาศหนาว
                 – ที่ราบแพร์รี่  ตอนกลางในแคนาดา  เขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญ
                 – ที่ราบทะเลสาบทั้ง 5  (เกรตเลคซ์)
                 – ที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ – มิสซูรี
                 – ที่ราบเกรตเพลนส์  เขตเงาฝน  ด้านตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี้
                 – ที่ราบรอบชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก  และชายฝั่งหมู่เกาะแอตแลนติก
 
            4.3  เขตทิวเขาภาคตะวันออก  เป็นเขตหินเก่า  คือ เทือกเขาแอปปาเลเซียน
 
            4.4  เขตหินเก่าแคนาดา  รอบอ่าวฮัดสัน – เกรตเลคส์  มีทรัพยากรสมบูรณ์  
 
                                                                ลักษณะภูมิอากาศของทวีปอเมริกาเหนือ
 
1. เขตภูมิอากาศร้อนชื้น (ป่าไม้เขตร้อน)   อากาศร้อน  ฝนตกชุกได้แก่บริเวณตอนเหนือของอเมริกากลางและหมู่เกาะอินดิสตะวันตก
 
2. เขตภูมิอากาศแห้งแล้งแถบร้อน (ทะเลทราย)  อุณหภูมิสูง ฝนตกน้อย  ได้แก่ บริเวณตอนเหนือประเทศเม็กซิโก  และทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา 
 
3. เขตภูมิอากาศแห้งแล้งแถบอบอุ่น  อากาศแห้งแล้ง  ได้แก่บริเวณตอนเหนือ ลักษณะอากาศแห้งแล้ง
 
4. เขตอากาศชื้นสลับแล้ง (ทุ่งหญ้าเมืองร้อน) มีอุณหภูมิสูงตลอดปี  ฝนชุกในฤดูร้อน ได้แก่ บริเวณชายฝั่งอเมริกากลาง และหมู่เกาะอินดิสตะวันตก  พืชพรรณได้แก่ ป่าโปร่ง และทุ่งหญ็สะวันนา
 
5. เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน  มีอากาศอบอุ่น  ฝนตกในฤดูหนาว  ได้แก่บริเวณชายฝั่งตะวันออกและตอนใต้ของรัฐแคลิปฟอร์เนีย  พืชพรรณเป็นไม้พุ่มเตี้ย สลับกับ ทุ่งหญ้า ปลูกพืช ส้ม มะกอก องุ่นได้ดี
 
6. เขตภูมิอากาศอบอุ่นชื้น มีอากาศอบอุ่น  ฝนตกในฤดูร้อน  ได้แก่ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี้  และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา  อิทธิพลลมสินค้าตะวันออกเฉียงเหนือ  พืชพรรณ-ทุ่งหญ้าแพร์รี  ไม้ใบกว้างไม่ผลัดใบ  ปลูกพืชเมืองร้อน
 
7. เขตภูมิอากาศชื้นภาคพื้นทวีป  มีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว  ได้แก่  บริเวณชายฝั่งตะวันออกของทวีปและตอนใต้ของทะเลสาบทั้ง 5   พืชพรรณมีลักษณะเป็นต้นไม้ ป่าไม้ใบกว้าง ผลัดใบ  และป่าสน
 
8.  เขตภูมิอากาศภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก มีอากาศอบอุ่น  ฝนตกชุกตลอดปี  ได้แก่  ชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา  และตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา  พืชพรรณมีลักษณะเป็นป่าสน ชนิดต่างๆ
 
9. เขตภูมิอากาศแบบไทก้า (หนาวกึ่งขั้วโลก)  อากาศหนาวจัดในฤดูหนาว  ได้แก่  แคนาดา และรัฐอลาสกา
 
10. เขตภูมิอากาศแบบทุนดรา  มีลักษณะ อุณหภูมิต่ำตลอดปี  หนาวจัด  ได้แก่ ตอนเหนือของแคนาดา  รัฐอลาสกา และเกาะต่างๆ  ในมหาสมุทรอาร์กติก  พืชพรรณ ได้แก่  มอส  ตะไคร่น้ำ  เป็นบริเวณที่ชาวเอสกิโมอาศัยอยู่
 
11. เขตภูมิอากาศแบบทุ่งน้ำแข็ง   มีหิมะปกคลุมตลอดปี  ได้แก่  บริเวณขั้วโลก และเกาะกรีนแลนด์
 
12. เขตภูมิอากาศแบบภูเขา   อุณหภูมิจะแตกต่างกันตามความสูงของพื้นที่ได้แก่  บริเวณเทือกเขาด้านตะวันตกของทวีป
 
 
ทรัพกรธรรมชาติ
 
                 ทวีปอเมริกาเหนือมีพื้นที่กว้างขวางครอบคลุมภูมิอากาศทุกประเภท  จึงเป็นทวีปที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากร  ทั้งทรัพยากรดิน  และทรัพยากรน้ำ  ในเขตลุ่มแม่น้ำสายสำคัญๆ ของทวีป  ทั้งทรัพยากรป่าไม้ในเขตที่ราบสูงภาคตะวันตกของทวีป โดยเฉพาะในแคนาดา  สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก ทรัพยากรแร่ธาตุในเขตเทือกขาภาคตะวันออกของทวีแ  รอบๆ ทะเลสาบทั้ง 5  คาบสมุทรอลาสกา  แคนาดา  แร่ธาตุที่สำคัญได้แก่  เหล็ก  ถ่านหิน   น้ำมัน  ทองแดง  ก๊าซธรรมชาติ  พลวง   ตะกั่ว  สังกะสี ฯลฯ
 
เศรษฐกิจของทวีปอเมริกาเหนือ
 
                 กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่
1. การเกษตร  แบ่งเขตเกษตรกรรมได้ 6 เขตดังนี้
 
      1.1 เขตเกษตรกรรมแบบผสม  มีทั้งการเลี้ยงสัตว์และเพาะปลูกพืชควบคู่กันไป  กระทำในพื้นที่กว้างขวาง  ตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกเข้าไปถึงภาคตะวันตกของแม่น้ำมิสซิสซิปปี้และทะเลสาบทั้ง 5   ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ  ส่วนสัตว์เลี้ยงที่สำคัญได้แก่  โคเนื้อ  และโคนม
 
      1.2 เขตปลูกผักผลไม้และทำไร่ยาสูบ   ผัก ผลไม้ ปลูกบริเวณที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และภาคใต้ของรัฐแคลิปฟอร์เนีย  ส่วนยาสูบปลูกมากในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา
 
      1.3 เขตปลูกข้าวสาลี ได้แก่  บริเวณภาคกลาง่ของแคนาดาและสหรัฐอเมริกา หรือบริเวณทุ่งหญ้าแพร์รี่ ซึ่งเป็นเขตปลูกข้าวสาลีที่สำคัญที่สุดในโลก
 
1.4 เขตปลูกฝ้าย  ได้แก่  บริเวณภาคใต้และภาคตะวัน่ตกของสหรัฐอเมริกา
 
1.5 เขตเลี้ยงปศุสัตว์  ได้แก่  การเลี้ยงโคเนื้อในเขตที่สูงและเขตแห้งแล้งของสหรัฐอเมริกา  แคนาดา และเม็กซิโก  ส่วนโคนมเลี้ยงในบริเวณที่ราบภาคกลางและภาคตะวันออก
 
1.6 เขตปลูกพืชผลเมืองร้อน  ได้แก่  การปลูกอ้อย  ยาสูบ  กล้วย  โกโก้  กาแฟ  ในอเมริกากลาง และหมู่เกาะอินดิสตะวันตก
 
 
              การทำป่าไม้ก็เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ สำคัญอีกประเภทหนึ่งทวีปอเมริกาเหนือ  ทำกันมากในภาคตะวันตกของทวีป  ได้แก่ รัฐลาสกา  แคนาดา  และ สหรัฐอเมริกา  การที่ทวีปอเมริกาเหนือมีอาณาเขตจดมหาสมุทรทั้งภาคตะวันตกและตะวันออก  การทำประมงจึงทำกันมากในน่านน้ำมหาสมุทรทั้งสองฝั่ง   แหล่งจับปลาที่สำคัญคือ  แกรนด์แบงก์  ในมหาสมุทรแอตแลนติก  ใกล้ๆกับเกาะนิวฟันด์แลนด์
 
เนื่องจากมีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบรูณ์มาก  ทั้งแร่เหล็ก ทองคำ  เงิน  ถ่านหิน  ทองแดง สังกะสี  น้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคต่างๆ ของอเมริกาเหนือ ทำให้อเมริกาเหนือมีความเจริญก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรมมาก  เขตอุตสาหกรรมที่สำคัญของทวีปอเมริกาเหนือได้แก่  ลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอว์เรนซ์  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา  และรอบๆ ทะเลสาบทั้ง 5  อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรกล  เครื่องใช้ไฟฟ้า  เคมีภัณฑ์  ฯลฯ
 
 
การเมืองการปกครอง
 
        ประเทศสหรัฐอเมริกาปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุข 
        ประเทศแคนาดาปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบเครือจักรภพอังกฤษมีกษัตริย์อังกฤษทรงเป็นประมุข
         ส่วนประเทศอื่นๆ ในอเมริกากลางส่วนมากเป็นประเทศด้อยพัฒนา และเคยเป็นอาณานิคมมาก่อน เพิ่งได้รับเอกราช มีการปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นส่วนมาก ส่วนน้อยที่เป็นระบอบสังคมนิยม
 
วัฒนธรรม
 
       มีวัฒนธรรม 2 แบบคือ วัฒนธรรมอังกฤษ ซึ่งเรียกว่า แองโกลอเมริกา และวัฒนธรรมของยุโรปอื่นๆ เช่นวัฒนธรรมละติน ได้แก่ พวกที่พูดภาษาสเปน และโปรตุเกส