อเมริกา…..อเมริโกง ….อเมริเกย์

cropped-90.jpg

คือองค์กรโลกที่ว่านั้น…ก็คือองค์กรที่มีชื่อเรียกว่า คณะกรรมการช่วยเหลือนานาชาติ หรือ International Rescue Committee อันมีชื่อย่อๆ ว่า IRC ถือเป็นองค์กรเอกชนที่มีอายุเก่าแก่เอามากๆ เกือบๆ จะร้อยปีที่แล้ว (ก่อตั้งปีค.ศ.1933) ถึงแม้จะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวยอร์ก แต่ถ้าเห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากลขึ้นมา ก็คงอดไม่ได้ที่จะต้องออกมา แฉ จนกลายเป็นข่าวคราวที่แสดงให้เห็นถึงความน่าเกลียด น่าชัง ของคุณพ่ออเมริกา ผู้เพรียกหาสิทธิมนุษยชนจากผู้อื่นซะเคยชิน แต่ไม่เคยคิดจะย้อนกลับมาสำรวจ ตรวจสอบ ตัวเอง เอาบ้างเลย…

เพราะอย่างที่พอรู้ๆ กันอยู่แล้วนั่นแหละว่า…เหตุที่ผู้คนต้องอพยพลี้ภัยออกจากบ้านเกิด เมืองนอน ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในซีเรีย ก็ด้วยเหตุที่คุณพ่ออเมริกานั้นคือตัว จุดชนวน ยุคนซีเรียให้ก่อสงครามภายในประเทศตัวเอง แถมยังแจกอาวุธและเงินสนับสนุนให้กับคนเหล่านั้นอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด แต่เมื่อชาวบ้าน ชาวช่อง ผู้ไม่รู้อีโหน่ อีเหน่ ต้องอพยพหนีภัยสงครามกันเป็นล้านๆ เฉพาะที่กองแออัดอยู่ในแถบตะวันออกกลางใกล้ๆ กับประเทศซีเรีย ไม่ว่าตุรกี จอร์แดน เลบานอน มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 4.5 ล้านคนเข้าไปแล้ว…

และที่ทะลักเข้ามาในแถบยุโรปปีละนับเป็นแสนๆ คน อันอาจถือเป็น กรรม ของบรรดาประเทศในยุโรปที่ดันไปยอมเป็น ลูกกะโป่ง ให้กับคุณพ่ออเมริกา แต่การที่บรรดาประเทศในยุโรปบางประเทศอย่างเช่น เยอรมัน ที่พร้อมจะอ้าแขนรับผู้อพยพไปแล้วนับเป็นแสนๆ คน แถมยังพยายามเรียกร้องให้ประเทศยุโรปรายอื่นๆ ร่วมกันแบกรับภาระผู้ที่กำลังอพยพเข้ามาในปีนี้ไม่น้อยกว่า 800,000 คน อย่างน้อย…ก็ยังถือว่า พอสะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ หรือพอจะเอ่ยคำว่า สิทธิมนุษยชน ได้แบบไม่ต้องเอามือถือสาก ปากคาบคัมภีร์ จนเป็นอะไรที่น่าทุเรศ หรือน่าเกลียด น่าชัง มากมายเกินไปนัก…

แต่สำหรับคุณพ่ออเมริกา…ที่เพิ่งเล่นงานประเทศไทยในข้อหาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนไปหมาด จากคำ แฉ หรือคำให้สัมภาษณ์โทรทัศน์เอ็นบีซี ของนาย เดวิด มิลิแบนด์ ประธานองค์กร IRC เมื่อวันสองวันที่ผ่านนี้ ได้ระบุเอาไว้แบบชัดเจนว่า ตลอดช่วง 4 ปีของสงครามที่อุบัติขึ้นมาในซีเรีย ประเทศอเมริกายอมแบกรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียเข้าไปในประเทศตัวเองเพียง 1,400 คนเท่านั้น ทั้งๆ ที่ตามความเห็นของประธาน IRC เห็นว่า แม้จะไม่ต้องพูดถึง บาปกรรม หรือ เวรกรรม ที่รัฐบาลสหรัฐสร้างเอาไว้กับประเทศซีเรีย เอากันแค่จิตสำนึกแห่งความเป็นมนุษย์ล้วนๆ ในจำนวนผู้ลี้ภัยประมาณ 130,000 คน ที่สหประชาชาติพยายามวิ่งหาที่อยู่ ที่หลบภัย เฉพาะหน้านั้น อย่างน้อย…สหรัฐควรจะรับผู้คนเหล่านี้เอาไว้ไม่ต่ำกว่า 65,000 คนขึ้นไป ถึงพอจะเป็นการแสดงออกถึง ความรับผิดชอบ ในฐานะผู้ซึ่งพยายามเพรียกหาสิทธิมนุษยชนเอากับผู้อื่นมาโดยตลอด…

แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ…คุณพ่ออเมริกาท่านก็เป็นของท่านยังงี้มานานแล้ว คือเป็นอะไรที่น่าเกลียด น่าชัง และนับวันยิ่ง น่าทุเรศหนักขึ้นทุกที อย่างที่ยุให้นักสิทธิมนุษยชนไทยที่รับใช้คุณพ่ออเมริกาโดยตรงออกมาเล่นงานรัฐบาลไทยว่า ไม่ให้สิทธิต่อผู้ก่อการร้ายที่วางระเบิดราชประสงค์ แต่ดันไม่ยอมพูดถึงกรณีที่พ่อของตัวเองจับชาวอิรัก ชาวมุสลิม ไปเคี่ยวเข็ญทรมาน ถึงขั้นขี้ใส่ เยี่ยวใส่ ในคุกกวนตานาโมเอาเลยแม้แต่น้อย ความน่าเกลียด น่าชัง และน่าทุเรศ ของคุณพ่ออเมริกาที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ทุกวันนี้…แม้ว่ารัฐบาลในหลายต่อหลายประเทศ จะยอมให้คุณพ่ออเมริกาสั่งหันซ้าย-หันขวา บังคับให้ขึ้นช้าง-ลงม้า ไปในลักษณะไหนก็ได้ แต่สำหรับบรรดา ประชาชนผู้รักความเป็นธรรม ทั้งหลายแล้ว นับวัน…ต่างหันไปต่อต้านอเมริกา หรือพยายามกดดันให้รัฐบาลตัวเอง เลิกทำตัวเป็นลูกกะโป่งข้างซ้าย หรือข้างขวา ของคุณพ่ออเมริกาหนักขึ้นเรื่อยๆ…

ผู้เขียน: Yayah Iranee

It all means nothing as long as all of the earth accepts printed green paper as the common currency. It may be printed from nothing, but everyone accepts it as stored value. The US prints and spends, the world goes along. This is the great mystery of modern times. "Why would people all over the world send resources, energy and value added products to the USA in return for nothing but green printed fiat"?